ก่อนอื่น บุตรและภรรยาเป็นต้น ท่านกล่าวว่า เป็นทิศ
ดังในคาถานี้ว่า
" มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า อาจารย์
เป็นทิศเบื้องขวา บุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง
มิตรและอำมาตย์เป็นทิศเบื้องซ้าย ทาสและ
กรรมกรทั้งหลายเป็นทิศเบื้องต่ำ สมณะและ
พราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน คฤหัสถ์ชนในสกุล
ไม่พึงประมาท นอบน้อมทิศเหล่านี้"
ยังมีทิศต่าง ๆ แยกประเภทออกเป็นทิศบูรพาเป็นต้น
ท่านก็เรียกว่าทิศ ดังในคาถานี้ว่า :-
" ทิศใหญ่ ๔ ทิศเฉียง ๔ ทิศเบื้องบน
เบื้องต่ำ รวมเป็น ๑๐ ทิศ เหล่านี้ หม่อมฉันได้
เห็นพระยาช้าง ๖ วา ในความฝัน พระยาช้างนั้น
สถิตย์อยู่ทิศไหน ?"
พระนิพพานท่านก็เรียกว่าทิศ ดังในคาถานี้ว่า :-
"คฤหัสถ์ทั้งหลาย ผู้ให้ข้าวน้ำ และผ้า
ท่านกล่าวว่า เป็นทิศแม้ของบรรพชิต ผู้ขอร้อง
ผู้มีทุกข์ ถึงทิศใดเล่าจึงจะมีความสุขได้ ทิศนี้
เป็นทิศอย่างยิ่งนะ เจ้าเสตเกตุ"
แม้ในบาทคาถานี้ ที่ว่า "ทิศที่ไม่เคยไป" ก็ประสงค์เอาทิศ
คือพระนิพพานนั่นแล. เพราะว่า พระนิพพานนั้น ย่อมปรากฏด้วย