Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 404

เล่ม มมร. 56 หน้า 404 ข้อ 105
ไม่อาจจะจับช้างนั้นได้ก็พากันกลับ ช้างนั้นได้เป็นสัตว์กลัวตาย เพราะเรื่องนั้น ได้ยินเสียงลมเป็นต้น ก็ตัวสั่น กลัวตาย ทิ้งงวง วิ่งหนีไปโดยเร็ว เป็นเหมือนเวลาที่ถูกมัดติดเสาตะลุง ถูกบังคับ ไม่ให้พรั่นพรึงฉะนั้น ไม่ได้ความสบายกาย หรือความสบายใจ มีแต่ความหวั่นระแวงเที่ยวไป รุกขเทวดาเห็นช้างนั้นแล้ว ยืน บนค่าคบไม้ กล่าวคาถานี้ความว่า :- " ลมย่อมพัดไม้แห้ง ที่ทุรพลในป่านี้ แม้มีจำนวนมากมาย ให้หักลง แน่ะ ช้างตัว ประเสริฐ ถ้าท่านยังกลัวต่อไม้แห้งนั้น ท่านจัก ซูบผอมเป็นแน่" ดังนี้. ในคาถานั้น ประมวลอรรถาธิบายได้ดังนี้ :- ลมต่างด้วย ลมที่มาแต่ทิศบูรพาเป็นต้น ย่อมระรานต้นไม้ที่ทุรพลใดเล่า ต้นไม้นั้นมีมากมายในป่านี้ คือหาได้ง่าย มีอยู่ในป่านั้น ๆ ถ้า เจ้ากลัวลมนั้น ก็จำต้องกลัวอยู่เป็นนิจ จักต้องถึงความสิ้นเนื้อ และเลือด เหตุนั้น ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่ากลัวเลย. เทวดาให้โอวาทแก่ช้างนั้น ด้วยประการฉะนี้ ตั้งแต่นั้นมา แม้ช้างนั้น ก็หายกลัว. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรง ประกาศสัจธรรม แล้วทรงประชุมชาดกนี้ว่า ช้างในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุนี้ ส่วนรุกขเทวดา ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาทุพพลกัฏฐชาดกที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka