Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 413

เล่ม มมร. 56 หน้า 413 ข้อ 107
มีส่วยขึ้นประมาณแสนกษาปณ์ พระโพธิสัตว์เข้าเฝ้าพระราชา กราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ธรรมดาศิลปะในโลก บัณฑิต ทั้งหลายพึงเรียน แม้เพียงดีดก้อนกรวด ก็ยังช่วยให้บุรุษง่อย ได้สมบัตินี้ แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :- "ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จโดยแท้ ขอเชิญ พระองค์ทรงทอดพระเนตรบุรุษง่อย ได้บ้านส่วย ทั้ง ๔ ทิศ ก็ด้วยการดีดมูลแพะ" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปสฺส ขญฺชปฺปหาเรน ความว่า พระโพธิสัตว์ กล่าวสรรเสริญคุณของศิลปะว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอเชิญทรงทอดพระเนตรเถิด บุรุษง่อยผู้นี้ได้รับพระราชทาน บ้าน ๔ หลัง ใน ๔ ทิศ ก็ด้วยการดีดขี้แพะ อะไรเป็นข้อขีดคั่น อานิสงส์แห่งศิลปะอื่น ๆ เล่า ? พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ตรัสประชุม ชาดกว่า บุรุษง่อยในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุนี้ พระราชาได้ มาเป็นอานนท์ ส่วนอำมาตย์ผู้เป็นบัณฑิตได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาสาลิตตชาดกที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka