Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 479

เล่ม มมร. 56 หน้า 479 ข้อ 123
ทั้งปวงเลย เราไม่อาจให้คนเลื่อนเปื้อนผู้นี้ศึกษาได้ จึงกล่าว คาถานี้ ความว่า :- "คนโง่ ย่อมกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว ทุก อย่างได้ในที่ทุกแห่ง คนโง่นี้ไม่รู้จักเนยขึ้น และ งอนไถ ย่อมสำคัญ เนยขึ้นและนมสด ว่าเหมือน งอนไถ" ดังนี้. ในคาถานั้น มีความสังเขปดังนี้ :- วาจาใดที่ไม่เหมาะ ในที่ทุกแห่งด้วยสามารถแห่งอุปมา วาจาที่ไม่เหมาะสมในที่ ทุกแห่งนั้น คนโง่พูดได้ทุกแห่ง เช่นถูกถามว่า นมส้มเหมือน อะไร ? ก็ตอบทันทีว่า เหมือนงอนไถอย่างไรเล่า ? เมื่อพูด อย่างนี้ เป็นอันไม่รู้จักทั้งนมส้ม ทั้งงอนไถ เหตุไร ? เพราะ เหตุว่า แม้นมส้มเขายังสำคัญเป็นงอนไถไปได้ อีกนัยหนึ่ง เพราะเขามาสำคัญทั้งนมส้มและนมสดว่า เหมือนงอนไถเสียได้ มาณพนี้ โง่ถึงอย่างนั้น พระโพธิสัตว์คิดว่า ประโยชน์อะไรด้วย มาณพนี้ จึงบอกกล่าวแก่พวกอันเตวาสิกทั้งหลาย ให้เสบียง แล้วส่งมาณพนั้นกลับไป. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุม ชาดกว่า มาณพเลื่อนเปื้อนในครั้งนั้น ได้มาเป็นโลลุทายี ส่วน อาจารย์ทิศาปาโมกข์ ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถานังคลีสชาดกที่ ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka