ผู้ตรวจลักษณะดาบ ก็ได้เป็นอุปัฏฐากของพระองค์ อยู่มา
วันหนึ่ง เมื่อพราหมณ์เข้าเฝ้าพระราชา ยืนเฝ้าสวนดวงอาทิตย์
ครั่งละลายจมูกเทียมตกลงที่พื้น พราหมณ์ต้องยืนก้มหน้าด้วย
ความละอาย ครั้งนั้น พระราชาทรงพระสรวลพราหมณ์ ตรัสว่า
ท่านอาจารย์ อย่าได้คิดเลย ธรรมดาการจามได้เป็นผลดีแก่
คนหนึ่ง เป็นผลร้ายแก่คนหนึ่ง ท่านจามจมูกขาด ส่วนฉันจาม
ได้ธิดาของเสด็จลุง แล้วได้ราชสมบัติ แล้วตรัสพระคาถานี้
ความว่า :-
"เหตุอย่างเดียวกันนั่นแหละ เป็นผลดี
แก่คนหนึ่ง แต่กลับเป็นผลร้ายแก่อีกคนหนึ่งได้
เพราะฉะนั้น อย่างเดียวกัน มิใช่ว่า จะเป็น
ผลดีไปทั้งหมด และมิใช่ว่าจะเป็นผลร้ายไป
ทั้งหมด" ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตเถเวกสฺส ได้แก่ ตเทเวกสฺส
อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็ว่าอย่างนี้เหมือนกัน แม้ในบทที่สอง ก็มีนัยนี้
เหมือนกัน.
พระราชาทรงนำเหตุการณ์นั้นมา ด้วยคาถานี้ ด้วยประการ
ฉะนี้ ทรงกระทำบุญมีให้ท่านเป็นต้น แล้วเพื่อไปตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงประกาศความที่แห่งความดี ความชั่ว
ที่โลกสมมติกันแล้ว เป็นการไม่แน่นอนด้วยพระเทศนานี้ แล้ว
ทรงประชุมชาดกว่า พราหมณ์ผู้ตรวจลักษณะดาบในครั้งนั้น