ด้วยบทว่า อหญฺจ วนโคจโร นี้ นกแขกเต้าแสดงความว่า
ถึงเราจะเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ก็ยังรู้ความนี้เลย.
บทว่า อนุวิจฺจ โข ตํ คณฺเหยฺยุํ ความว่า เมื่อเราไปบอก
กล่าวถึงการประพฤติมารยาทอันเลวทรามอย่างนี้แล้ว พวก
เจ้านายของเจ้า พิจารณาดูรู้แล้ว พึงจับเจ้าไป คือเกาะกุมตัว
เจ้าไปเฆี่ยน และทำการตีตราเครื่องหมายทาสเป็นแน่ เพราะ
เหตุนั้น เจ้าจงประมาณตัว ดื่มนมสดไม่ถ่มรดศีรษะของธิดา
ท่านเศรษฐี นกแขกเต้าเรียกเขาโดยชื่อว่า "กลัณฑุกะ"
ฝ่ายกลัณฑุกะเล่าก็จำลูกนกแขกเต้าได้ ด้วยความกลัว
ว่า มันพึงเผยเรื่องของเรา จึงเชิญว่า มาเถิดนาย ท่านมาเมื่อไร
เล่า ? แม้นกแขกเต้าเล่าก็รู้ว่า เจ้านี่ไม่ได้เรียกเราด้วยความ
ปรารถนาดี แต่มีความประสงค์จะบิดคอเราให้ตาย จึงกล่าวว่า
เราไม่มีธุระกับเจ้า ดังนี้แล้ว โดดจากที่นั้นไปสู่พระนครพาราณสี
เล่าเรื่องราวตามที่ตนเห็นมาให้ท่านเศรษฐีฟังโดยพิสดาร ท่าน-
เศรษฐีคิดว่า มันทำไม่สมควรเลย จึงลงอาชญาแก่เขา นำตนมาสู่
พระนครพาราณสีตามเดิม แล้วใช้สอยอย่างทาสสืบไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุม
ชาดกว่า กลัณฑุกะในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุนี้ ส่วนพาราณสี
เศรษฐีได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถากลัณฑุกะชาดกที่ ๗