ชอบรังแกม้า เที่ยวกัดม้าฉันใด แม้ม้าสุหนุก็ฉันนั้น. พระโพธิสัตว์
แสดงข้อที่ม้าทั้งสองนั้นมีอารมณ์เสมอกันด้วยบทนี้. เพื่อจะ
แสดงถึงม้าทั้งสองนั้นมีมารยาททรามเป็นอารมณ์เหมือนกัน จึง
กล่าวคำว่า ปกฺขนฺทินา (วิ่งไป) เป็นต้น. บทว่า ปกฺขนฺทินา
ได้แก่ มีปกติวิ่งไป คือมีปกติวิ่งไปเป็นอารมณ์เหนือม้าทั้งหลาย.
บทว่า ปคพฺเภน ได้แก่มีปกติชั่วประกอบด้วยความคะนองกาย
เป็นต้น. บทว่า นิจฺจํ ปกฺขนฺทินา ได้แก่มีปกติกัดและมีอารมณ์
ชอบกัดเชือกล่ามตัว. บทว่า สเมติ ปาปํ ปาเปน ความว่า ในม้า
สองตัวนั้นความชั่ว คือ ความมีปกติชั่วของตัวหนึ่ง ย่อมเหมือน
กันกับอีกตัวหนึ่ง. บทว่า อสตาสตํ ความว่า ความไม่ดีของอีก
ฝ่ายหนึ่ง ผู้ไม่สงบย่อมเข้ากันได้ คือเหมือนกันไม่ผิดแปลกกัน
กับอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งไม่สงบ คือประกอบด้วยมารยาททรามเหมือน
คูถเป็นต้น เข้ากันได้กับคูถเป็นต้น.
ก็พระโพธิสัตว์ครั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว จึงถวายโอวาท
พระราชาว่า ข้าแต่มหาราช ธรรมดาพระราชาไม่ควรโลภจัด
ไม่ควรทำสมบัติของผู้อื่นให้เสียหาย แล้วทูลให้ตีราคาม้าให้
ตามราคาที่เป็นจริง.
พวกพ่อค้าม้าได้ราคาตามที่เป็นจริง ต่างก็ร่าเริงยินดีพา
กันกลับไป. แม้พระราชาก็ตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ แล้ว
เสด็จไปตามยถากรรม.