Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 64

เล่ม มมร. 57 หน้า 64 ข้อ 168
ในบทเหล่านั้นบทว่า เย พฺราหฺมณา ได้แก่พราหมณ์ผู้ บริสุทธิ์ลอยบาปเสียแล้วเหล่าใด. บทว่า เวทคู ความว่าชื่อว่า ผู้รู้ไตรเพท เพราะถึงฝั่งแห่งพระเวท. อนึ่งเพราะถึงฝั่งด้วยพระเวท บ้าง. แต่ในที่นี้มีอธิบายว่า พราหมณ์เหล่าใดกระทำสังขตธรรม และอสังขตธรรมทั้งปวงที่ตนรู้แล้ว ปรากฏแล้ว ทำลายยอดมาร ทั้งสาม ยังหมื่นโลกธาตุให้บรรลือ บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ที่ควงไม้โพธิล่วงฝั่งแห่งสงสารได้แล้ว. บทว่า เต เม นโม คือ ขอพราหมณ์เหล่านั้นจงรับความนอบน้อมนี้ของข้าพเจ้า. บทว่า เต จ มํ ปาลยนฺตุ ความว่า อนึ่งขอท่านผู้เจริญเหล่านั้นที่ข้าพเจ้า นอบน้อมแล้วอย่างนี้ จงรักษา คือ ดูแลคุ้มครองข้าพเจ้า. บทว่า นมตฺถุ พุทฺธานํ ฯเปฯ นโมวิมุตฺติยา ความว่า ขอความนอบน้อม ของข้าพเจ้านี้ จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเสด็จปรินิพพาน ล่วงไปแล้ว. คือขอจงมีแต่พระปรีชาตรัสรู้อันได้แก่ ญาณ ในมรรคสี่ ผลสี่ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น. อีกอย่างหนึ่ง ขอจง มีแด่พระองค์ผู้หลุดพ้นแล้วด้วยความหลุดพ้น คือพระอรหัตผล ของพระองค์. และความหลุดพ้นห้าอย่างของพระองค์ คือ ตทังค- วิมุตติ พ้นชั่วคราว ๑ วิกขัมภนวิมุตติ พ้นด้วยการข่มไว้ ๑ สมุจเฉท- วิมุตติ พ้นเด็ดขาด ๑ ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ พ้นด้วยสงบ ๑ นิสสรณ- วิมุตติ พ้นด้วยออกไป ๑. ขอความนอบน้อมของข้าพเจ้านี้ จงมีแก่ ความหลุดพ้นห้าอย่างของพระองค์เหล่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka