พ้นแล้ว นกยูงนั้น ครั้นเจริญพระปริตรนี้แล้ว
จึงพักอยู่.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อเนติ ได้แก่ล่วงลับไป คือ ตกไป.
แม้บทว่า อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา โมโร วาสมกปฺปยิ นี้ พระศาสดา
ก็ตรัสเมื่อบรรลุอภิสัมโพธิญาณแล้ว. บทนั้นมีอธิบายว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย นกยูงนั้นครั้นเจริญพระปริตร คือการป้องกันนี้
แล้ว จึงพักอยู่ ณ ที่อยู่นั้น. ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรนี้ นกยูง
มิได้มีความกลัว ความสยดสยองตลอดคืนตลอดวัน.
ลำดับนั้นพรานชาวบ้านเนสาทคนหนึ่ง อยู่ไม่ไกลกรุง-
พาราณสีท่องเที่ยวไปในหิมวันตประเทศ เห็นนกยูงโพธิสัตว์
จับอยู่บนยอดเขาทัณฑกหิรัญ จึงกลับมาบอกลูก. อยู่มาวันหนึ่ง
พระนางเขมาพระเทวีของพระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงสุบินเห็น
นกยูงสีทองแสดงธรรม ขณะตื่นพระบรรทมได้กราบทูลสุบิน
แด่พระราชาว่า ขอเดชะข้าแต่พระองค์หม่อมฉันประสงค์จะฟัง
ธรรมของนกยูงสีทองเพคะ. พระราชาจึงมีพระดำรัสถามพวก
อำมาตย์. พวกอำมาตย์กราบทูลว่า พวกพราหมณ์คงจะทราบ
พ่ะย่ะค่ะ พราหมณ์ทั้งหลายสดับพระราชปุจฉาแล้ว จึงพากัน
กราบทูลว่า ขอเดชะนกยูงสีทองมีอยู่แน่ พระเจ้าข้า พระราชา
ตรัสถามว่ามีอยู่ที่ไหนเล่า จึงกราบทูลว่า พวกพรานจักทราบ
พระเจ้าข้า. พระราชารับสั่งให้ประชุมพวกพรานแล้วตรัสถาม.
ครั้นแล้วบุตรพรานคนนั้นก็กราบทูลว่า ขอเดชะ ข้าแต่มหาราช