Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 165

เล่ม มมร. 57 หน้า 165 ข้อ 208
มาณพคร่ำครวญอยู่อย่างนี้แล้วจึงคิดว่า เราทำกรรมอัน ไม่สมควร ถึงอย่างนี้แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม จึงเข้าป่าไป ไม่แสดงตนแก่ใคร ๆ ถึงแก่กรรมลงอย่างน่าอนาถ. พระศาสดาทรงแสดงเรื่องอดีตนี้แล้วตรัสว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เพราะสตธรรมมาณพบริโภคอาหารเดนของ คนจัณฑาลเป็นการบริโภคอาหารที่ไม่สมควรแก่ตน จึงมิได้ เกิดความร่าเริงยินดีฉันใด ผู้ใดบวชแล้วในศาสนานี้ก็ฉันนั้น สำเร็จชีวิตด้วยการแสวงหาอันไม่สมควร บริโภคปัจจัยตามที่ ได้ ความร่าเริงยินดีมิได้เกิดแก่ผู้นั้น เพราะเขามีชีวิตเป็นอยู่ ที่น่าตำหนิ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงคัดค้าน ครั้นทรงบรรลุอภิสัม- โพธิญาณแล้ว จึงตรัสพระคาถา ๒ คาถาว่า :- ภิกษุใดละทิ้งธรรมเสีย หาเลี้ยงชีพโดย ไม่ชอบธรรม ภิกษุนั้นก็ย่อมไม่เพลินด้วยลาภ แม้ที่ตนได้มาแล้ว เปรียบเหมือนสตมาณพฉะนั้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ ธรรม คืออาชีวปาริ- สุทธิคีล. บทว่า นิรงฺกตฺวา ได้แก่ นำไปทิ้งเสีย. บทว่า อธมฺเมน ได้แก่ มิจฉาชีพ กล่าวคือการแสวงหาไม่สมควร ๒๑ อย่าง อย่างนี้. บทว่า สตธมฺโม เป็นชื่อของมาณพนั้น. บาลีเป็น สุตธมฺโม บ้าง. บทว่า น นนฺทติ ความว่า มาณพสตธรรม ไม่ยินดีด้วยลาภนั้นว่า เราได้อาหารเดนของคนจัณฑาล ฉันใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka