Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 169

เล่ม มมร. 57 หน้า 169 ข้อ 210
ตามไม่ได้ ธรรมของสัตบุรุษรู้ได้ยาก. เพราะ เหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษ และอสัตบุรุษ จึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก สัตบุรุษย่อม มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. ในบทเหล่านั้น บทว่า ทุทฺททํ ความว่า ชื่อว่าทานอันผู้ มิใช่บัณฑิต ประกอบด้วยอำนาจโทสะ มีโลภเป็นต้น ไม่อาจให้ได้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าว ทุทฺททํ ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก. บทว่า กุพฺพตํ ความว่า กรรมคือการให้นั้นก็เหมือนกัน ไม่สามารถ ทําได้. บทว่า ทุกฺกรํ ได้แก่ ทําสิ่งที่ทําได้ยากนั้น. บทว่า อสนฺโต ได้แก่ ชนผู้มิใช่บัณฑิต คือคนพาล. บทว่า นานุกุพฺพนฺติ คือ ทำ ตามกรรมนั้นไม่ได้. บทว่า สตํ ธมฺโม ได้แก่ สภาพธรรมของบัณฑิต ทั้งหลาย. นี้ท่านกล่าวหมายถึงการให้. บทว่า ทุรนนฺโย ได้แก่ ยากที่จะรู้ด้วยความเกี่ยวพันถึงผล ยากที่จะแนะนำ คือยากที่จะ รู้ตามได้ว่า สภาพอย่างนี้เป็นผลวิบากของทานชนิดนี้. อีกประ- การหนึ่ง บทว่า ทุรนฺนโย ได้แก่ ยากที่จะได้บรรลุ. อธิบายว่า ชนผู้มิใช่บัณฑิตไม่ให้ทานแล้ว ไม่สามารถจะได้ผลทาน. บทว่า นานา โหติ อิโต คติ ได้แก่ การถือปฏิสนธินั้นของสัตว์ผู้เคลื่อน จากโลกนี้แล้วไปสู่ปรโลก ย่อมต่าง ๆ กัน. บทว่า อสนฺโต นิรยํ อนฺติ. ได้แก่ ชนที่ไม่ใช่บัณฑิต เป็นคนทุศีลไม่ให้ทาน ไม่รักษา ศีล ย่อมไปสู่นรก. บทว่า สนฺโต สคฺคปรายนา ความว่า ส่วน ผู้เป็นบัณฑิต ให้ทานรักษาศีล กระทำอุโบสถ บำเพ็ญสุจริต ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka