ทรงดำริว่า จักยึดราชสมบัติในกรุงพาราณสี จึงชวนพระ-
โพธิสัตว์เสด็จขึ้นช้างมงคล เสด็จไปล้อมกรุงพาราณสีด้วย
กองทัพใหญ่ แล้วทรงส่งสาส์นถึงพระราชาพรหมทัตว่า จะยก
ราชสมบัติถวายหรือจะรบ. พระราชาพรหมทัตตอบว่า เราจักรบ
แล้วรับสั่งให้พลนิกายประจำที่ประตูกำแพงและป้อมค่ายเตรียม
รบ. พระราชาผู้มีศัตรู เอาเกราะหนังสวมช้างมงคล แม้พระองค์
เองก็สวมหนังเสด็จขึ้นคอช้าง ทรงพระแสงขอคม ทรงไสช้าง
มุ่งสู่พระนครด้วยทรงหมายพระทัยว่า จักทำลายล้างพระนคร
ปราบปัจจามิตรให้ถึงสิ้นชีวิต และยึดเอาราชสมบัติให้จนได้.
ช้างมงคลเห็นทหารซัดทรายอันร้อนเป็นต้น ปล่อยหินยนต์และ
เครื่องประหารหลาย ๆ อย่าง ก็หวาดกลัวต่อความตายไม่อาจ
เข้าใกล้ได้จึงหลีกไป. ครั้งนั้นนายหัตถาจารย์เข้าไปหาช้างมงคล
พูดปลอบว่า เจ้าก็กล้าหาญเข้าสงคราม ชื่อว่าการล่าถอยอย่างนี้
ไม่สมควร เมื่อจะสอนช้างจึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
ดูก่อนกุญชร ท่านปรากฏว่าเป็นผู้เคย
เข้าสงคราม มีความแกล้วกล้า มีกำลังมาก เข้า
มาใกล้เขื่อนประตูแล้ว เหตุไรจึงถอยกลับเสีย
เล่า.
ดูก่อนกุญชร ท่านจงหักลิ่มกลอนถอน
เสาระเนียดและทำลายเขื่อนทั้งหลายแล้วเข้า
ประตูให้ได้โดยเร็วเถิด.