Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 193

เล่ม มมร. 57 หน้า 193 ข้อ 218
เหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า. ในอดีตกาล พระราชาพระนามว่าสามะ ครองราชสมบัติ อยู่ในกรุงพาราณสี. ในครั้งนั้นพระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูล อำมาตย์ ครั้นเจริญวัยก็ได้เป็นผู้สอนอรรถและธรรมของพระ- ราชา. ก็พระราชามีม้ามงคลตัวหนึ่งชื่อ ปัณฑวะ. คนเลี้ยงม้า ของพระองค์ชื่อ คิริทัต. เขามีขาพิการ. ม้าเห็นนายคิริทัตถือ บังเหียนเดินไปข้างหน้า สำคัญว่าคนนี้สอนเราจึงเรียนตามเขา กลายเป็นม้าขาพิการไป. นายคิริทัตจึงกราบทูลถึงความพิการ ของม้าให้พระราชาทรงทราบ. พระราชาจึงทรงส่งแพทย์ไป ตรวจอาการ. พวกแพทย์ไปตรวจดูก็ไม่เห็นโรคในตัวม้า จึง กราบทูลพระราชาว่า พวกข้าพระพุทธเจ้าไม่พบโรคของม้า พระเจ้าข้า. พระราชาจึงทรงส่งพระโพธิสัตว์ไปว่า ท่านจงไปดู เหตุการณ์ของม้าในร่างกายนี้. พระโพธิสัตว์ไปตรวจดูก็รู้ว่า ม้านั้นพิการเพราะเกี่ยวกับคนเลี้ยงม้าขาพิการ จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระราชา เมื่อจะแสดงให้เห็นว่าเป็นอย่างนี้ เพราะ โทษที่เกี่ยวข้องกัน จึงกล่าวคาถาแรกว่า :- ม้าชื่อปัณฑวะของพระเจ้าสามะถูกคน เลี้ยงชื่อคิริทัตประทุษร้าย จึงละปกติเดิมของตน ศึกษาเอาอย่างคนเลี้ยงม้านั่นเอง. ในบทเหล่านั้น บทว่า หโย สามสฺส ได้แก่ ม้ามงคลของ พระเจ้าสามะ. บทว่า โปราณปกตึ หิตฺวา ได้แก่ละปกติเดิมอัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka