Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 82

<< | หน้าที่ 82 | >>
(พระโพธิสัตว์กราบทูลให้หาคนเลี้ยงม้าที่ดีมาว่า)

{๒๑๘} [๖๘] ถ้าคนประกอบด้วยอาการอันงดงามที่สมควรแก่ม้านั้น

พึงจับม้านั้นที่บังเหียน แล้วจูงไปรอบ ๆ สนามม้าไซร้

ม้านั้นจะละอาการเขยกแล้วเลียนแบบคนเลี้ยงม้านั้นโดยพลัน

คิริทัตตชาดกที่ ๔ จบ


๕. อนภิรติชาดก (๑๘๕)


ว่าด้วยจิตขุ่นมัวและไม่ขุ่นมัว


(อาจารย์ทิศาปาโมกข์โพธิสัตว์ถามมาณพผู้เป็นศิษย์ถึงสาเหตุที่มนต์เสื่อม หายไปแล้ว จึงกล่าวว่า)

{๒๑๙} [๖๙] เมื่อน้ำขุ่น ไม่ใส บุคคลย่อมไม่เห็นหอยโข่ง หอยกาบ

ก้อนกรวด เม็ดทราย และฝูงปลา ฉันใด

เมื่อจิตขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมไม่เห็นประโยชน์ตน

และประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น

{๒๒๐} [๗๐] เมื่อน้ำใสสะอาด บุคคลย่อมเห็นหอยโข่ง หอยกาบ

ก้อนกรวด เม็ดทราย และฝูงปลา ฉันใด

เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมเห็นประโยชน์ตน

และประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น

อนภิรติชาดกที่ ๕ จบ


๖. ทธิวาหนชาดก (๑๘๖)


ว่าด้วยพระเจ้าทธิวาหนะ


(พระเจ้าทธิวาหนะตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า)

{๒๒๑} [๗๑] ในกาลก่อน มะม่วงนี้มีผิวสวย กลิ่นหอม

รสอร่อย ได้รับการบำรุงเหมือนเดิม

เพราะเหตุไร จึงกลับกลายเป็นมะม่วงที่มีรสขมไป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka