Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 196

เล่ม มมร. 57 หน้า 196 ข้อ 219 220
๕. อนภิรติชาดก ว่าด้วยจิตขุ่นมัว-ไม่ขุ่นมัว [๒๑๙] เมื่อน้ำขุ่นมัว ไม่ใส บุคคลย่อมไม่แลเห็น หอยกาบ หอยโข่ง กรวด ทรายและฝูงปลาฉันใด เมื่อจิตขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมไม่เห็นประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่นฉันนั้น. [๒๒๐] เมื่อน้ำไม่ขุ่นมัว ใสบริสุทธิ์ บุคคลย่อม แลเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวด ทรายและฝูง ปลาฉันใด เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมเห็น ประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นฉันนั้น. จบ อนภิรติชาดกที่ ๕ อรรถกถาอนภิรติชาดกที่ ๕ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรง ปรารภกุมารพราหมณ์คนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำ เริ่มต้นว่า ยโถทเก อาวิเล อปฺปสนฺเน ดังนี้. ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถีมีกุมารพราหมณ์คนหนึ่ง เรียน จบไตรเพทสอนมนต์พวกกุมารกษัตริย์และกุมารพราหมณ์เป็น อันมาก. ต่อมาเขาอยู่ครอบครองเรือน ตกอยู่ในอำนาจ ราคะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka