Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 242

เล่ม มมร. 57 หน้า 242 ข้อ 238
สัตว์ กล่าวว่า จงหยุดยานก่อนพ่อคุณ ปิ่นมณีของพระราชา หายไป เราจักตรวจยาน เมื่อตรวจยาน ยึดปิ่นมณีที่ตนซ่อนไว้ จับพระโพธิสัตว์โบยด้วยมือและเท้า กล่าวหาว่าเป็นโจรลักปิ่นมณี แล้วมัดแขนไพล่หลัง นำไปมอบแด่พระราชา กราบทูลว่า ชาย ผู้นี้เป็นโจรลักปิ่นมณี พระเจ้าข้า. พระราชามีพระบัญชาว่า จงตัดศีรษะมันเสีย. พวกราชบุรุษเอาหวายเฆี่ยนพระโพธิสัตว์ ยกละสี่ ๆ นําออกจากพระนครทางประตูขวา. แม้นางสุชาดา ก็ทิ้งยานประคองแขนคร่ำครวญเดินรำพันตามไปข้างหลังว่า ข้าแต่สามี ท่านได้รับทุกข์นี้เพราะอาศัยข้าพเจ้า. พวกราชบุรุษ ให้พระโพธิสัตว์นอนหงายด้วยหมายใจว่า จักตัดศีรษะของพระ- โพธิสัตว์นั้น. นางสุชาดาเห็นดังนั้น จึงรำลึกถึงคุณแห่งศีล ของตน แล้วรำพันเป็นต้นว่า ชื่อว่า เทพเจ้าผู้สามารถห้าม เหล่ามนุษย์มีนิสัยชั่วช้าสาหัส ซึ่งเบียดเบียนผู้มีศีลทั้งหลาย ในโลกนี้ เห็นจะไม่มีแล้วหนอ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :- เทพเจ้าทั้งหลาย ย่อมไม่มีอยู่ในโลกนี้ เป็นแน่ หรือเมื่อกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น ย่อมพา กันไปค้างแรมเสียเป็นแน่ อนึ่ง สมณพราหมณ์ ทั้งหลายอันเขาสมมติว่า เป็นผู้รักษาโลก ไม่มี อยู่ในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อชนทุศีลกระทำกรรม อันสาหัสบุคคลผู้ห้ามปรามไม่มีอยู่เป็นแน่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka