สัตว์ กล่าวว่า จงหยุดยานก่อนพ่อคุณ ปิ่นมณีของพระราชา
หายไป เราจักตรวจยาน เมื่อตรวจยาน ยึดปิ่นมณีที่ตนซ่อนไว้
จับพระโพธิสัตว์โบยด้วยมือและเท้า กล่าวหาว่าเป็นโจรลักปิ่นมณี
แล้วมัดแขนไพล่หลัง นำไปมอบแด่พระราชา กราบทูลว่า ชาย
ผู้นี้เป็นโจรลักปิ่นมณี พระเจ้าข้า. พระราชามีพระบัญชาว่า
จงตัดศีรษะมันเสีย. พวกราชบุรุษเอาหวายเฆี่ยนพระโพธิสัตว์
ยกละสี่ ๆ นําออกจากพระนครทางประตูขวา. แม้นางสุชาดา
ก็ทิ้งยานประคองแขนคร่ำครวญเดินรำพันตามไปข้างหลังว่า
ข้าแต่สามี ท่านได้รับทุกข์นี้เพราะอาศัยข้าพเจ้า. พวกราชบุรุษ
ให้พระโพธิสัตว์นอนหงายด้วยหมายใจว่า จักตัดศีรษะของพระ-
โพธิสัตว์นั้น. นางสุชาดาเห็นดังนั้น จึงรำลึกถึงคุณแห่งศีล
ของตน แล้วรำพันเป็นต้นว่า ชื่อว่า เทพเจ้าผู้สามารถห้าม
เหล่ามนุษย์มีนิสัยชั่วช้าสาหัส ซึ่งเบียดเบียนผู้มีศีลทั้งหลาย
ในโลกนี้ เห็นจะไม่มีแล้วหนอ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
เทพเจ้าทั้งหลาย ย่อมไม่มีอยู่ในโลกนี้
เป็นแน่ หรือเมื่อกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น ย่อมพา
กันไปค้างแรมเสียเป็นแน่ อนึ่ง สมณพราหมณ์
ทั้งหลายอันเขาสมมติว่า เป็นผู้รักษาโลก ไม่มี
อยู่ในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อชนทุศีลกระทำกรรม
อันสาหัสบุคคลผู้ห้ามปรามไม่มีอยู่เป็นแน่.