Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 252

เล่ม มมร. 57 หน้า 252 ข้อ 242
งดงามคนหนึ่ง จึงกระสันด้วยอำนาจกิเลส. ลำดับนั้นพระศาสดา ตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดาหญิงเหล่านี้ เล้าโลม ชายด้วย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และด้วยมารยาหญิง กระทำให้อยู่ในอำนาจของตน เขาเรียกว่านางยักษิณี เพราะ เล้าโลมชายด้วยกรีดกราย ครั้นรู้ว่าชายนั้นตกอยู่ในอำนาจแล้ว ก็จะให้ถึงความพินาศแห่งศีล และความพินาศแห่งขนบประเพณี จริงอยู่ แม้แต่ก่อนพวกนางยักษิณีเข้าไปหาพวกผู้ชายหมู่หนึ่ง ด้วยมารยาหญิง แล้วเล้าโลมพวกพ่อค้าทำให้อยู่ในอำนาจของ ตน ครั้นเห็นชายอื่นอีก ก็ฆ่าพวกพ่อค้าเหล่านั้นทั้งหมดให้ถึง แก่ความตาย เคี้ยวกินหมุบ ๆ ทั้งมีเลือดไหลออกจากด้านคาง ทั้งสองข้าง แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า. ในอดีตกาลที่เกาะตามพปัณณิ มีเมืองยักษ์ชื่อ สิริสวัตถุ. พวกนางยักษิณีอาศัยอยู่ในเมืองนั้น. ในเวลาที่พวกพ่อค้าเรือ อับปาง นางยักษิณีเหล่านั้น ก็พากันประดับตกแต่งร่างกาย ให้ถือของเคี้ยวของบริโภค มีหมู่ทาสีแวดล้อม อุ้มทารกเข้าไป หาพวกพ่อค้าเพื่อให้คนเหล่านั้นทราบว่า พวกเราก็มาที่อยู่ของ มนุษย์ จึงแสดงกิจเป็นต้นว่า พวกมนุษย์ ฝูงโค สุนัข กำลัง ทำกสิกรรม โครักขกรรม เป็นต้นในที่นั้น ๆ แล้วเข้าไปหา พวกพ่อค้ากล่าวว่า เชิญดื่มข้าวยาคูนี้ เชิญบริโภคอาหารนี้ เชิญเคี้ยวของเคี้ยวนี้. พวกพ่อค้าที่ไหวพริบ บริโภคอาหาร ที่นางยักษิณีเหล่านั้นให้แล้ว ๆ. ครั้นถึงเวลาที่พวกเขาเคี้ยว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka