๕. ปัพพตูปัตถรชาดก (๑๙๕)
ว่าด้วยสระโบกขรณีที่เชิงเขา
(พระราชาตรัสถามปัญหากับอำมาตย์โพธิสัตว์ว่า)
{๒๓๙} [๘๙] สระโบกขรณีมีน้ำเย็น รสอร่อย
เกิดอยู่ที่เนินหินเชิงภูเขาหิมพานต์ น่ารื่นรมย์
สุนัขจิ้งจอกรู้อยู่ว่า ราชสีห์รักษาสระโบกขรณีนั้นไว้
ก็ยังลงไปดื่มกิน
(อำมาตย์โพธิสัตว์ทราบว่า อำมาตย์คนหนึ่งจะก่อเหตุร้ายภายในพระราชวัง จึงกราบทูลว่า)
{๒๔๐} [๙๐] ข้าแต่มหาราช ถ้าสัตว์มีเท้าทั้งหลายพากันดื่มน้ำในมหานที
แม่น้ำจะไม่ชื่อว่าเป็นแม่น้ำเพราะเหตุนั้นก็หาไม่
หากว่าชน ๒ คนนั้นเป็นที่รัก
ขอพระองค์ทรงงดโทษเสียเถิด
ปัพพตูปัตถรชาดกที่ ๕ จบ
๖. วลาหกัสสชาดก (๑๙๖)
ว่าด้วยความปลอดภัยเกิดจากม้าวลาหก
(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาแสดงแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)
{๒๔๑} [๙๑] คนเหล่าใดไม่ทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
คนเหล่านั้นจักถึงความพินาศ
เหมือนพวกพ่อค้าที่ถูกพวกนางรากษสประเล้าประโลม
{๒๔๒} [๙๒] ส่วนคนเหล่าใดทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
คนเหล่านั้นจักปลอดภัย
เหมือนพวกพ่อค้าที่เชื่อฟังคำของพญาม้าวลาหก
วลาหกัสสชาดกที่ ๖ จบ