ในบทเหล่านั้น บทว่า คิรํ คือ คำพูด. จริงอยู่ คำพูดท่าน
เรียกว่าคิระ เหมือนดังวาจาที่เปล่งออกในเวลานี้. ลูกนกแขกเต้า
นั้นมิได้คำนึงถึงเพศ จึงกล่าวอย่างนั้น. อธิบายความในคาถานี้
ดังนี้. ข้าแต่พ่อ ธรรมดาบัณฑิตจะไม่กล่าวแม้คำที่ประกอบด้วย
สัจจะคือ มีสภาพที่เป็นจริงและประกอบด้วยประโยชน์ แต่ไม่ทำ
ให้พ้นทุกข์และความจริงที่ไม่ดี คือ ไม่ทำให้พ้นทุกข์. บทว่า
สเยถ โปฏฺปาโทว มุมฺมเร อุปกูสิโต ความว่า เหมือนนก
โปฏฐปาทะ นอนไหม้อยู่ในเถ้ารึง ฉะนั้น. บาลีว่า อุปกุฏฺิโต
ก็มี ความอย่างเดียวกัน.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ
สัจธรรม ประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุผู้กระสันตั้ง
อยู่ในโสดาปัตติผล. นกแขกเต้าโปฏฐปาทะในครั้งนั้นได้เป็น
อานนท์ในครั้งนี้ แต่นกแขกเต้าราธะ คือเราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาราธชาดกที่ ๘