ตั้งแต่นี้ไปเราไม่ต้องการปลาที่กาตัวนี้จับมาให้เรา. เราจักจับ
เสียเอง. กาสวิษฐกะจึงเข้าไปหากาวีรกะนั้นกล่าวว่า สหาย
ตั้งแต่นี้ไป เราจะลงสระจับปลากินเอง แม้เมื่อกาวีรกะห้ามอยู่ว่า
สหาย เจ้ามิได้เกิดในตระกูลกาที่ลงน้ำจับปลากิน เจ้าอย่าพินาศ
เสียเลย. ก็มิได้เชื่อฟังคำ ลงสระดำน้ำแล้วก็ไม่โผล่ขึ้น ไม่สามารถ
จะแหวกสาหร่ายออกมาได้. ติดอยู่ภายในสาหร่าย โผล่แต่ปลาย
จงอยปากเท่านั้น. กาสวิษฐกะหายใจไม่ออกถึงแก่ความตายใน
น้ำนั่นเอง ครั้งนั้นนางกา ภรรยาของกาสวิษฐกะไม่เห็นกา
สวิษฐกะกลับมา จึงไปหากาวีรกะเพื่อจะรู้ความเป็นไป เมื่อ
จะถามว่า นาย กาสวิษฐกะไม่ปรากฏ เขาหายไปเสียที่ไหนเล่า
จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
ท่านวีรกะ ท่านเห็นนกที่ร้องเสียงไพเราะ
มีสีเสมอด้วยสร้อยคอแห่งนกยูงผู้เป็นผัวของ
ฉัน ชื่อสวิษฐกะบ้างไหม.
กาวีรกะฟังดังนั้นแล้วจึงกล่าวว่า จ้ะข้ารู้ที่ที่ผัวของเจ้าไป
แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
นกสวิษฐกะ เมื่อทำตามภรรยาของปักษี
ผู้เที่ยวไปได้ทั้งทางน้ำและทางบก บริโภคปลาสด
เป็นนิจนั้น ถูกสาหร่ายพันคอตายเสียแล้ว.
นางกาได้ฟังดังนั้น ก็โศกเศร้าเสียใจกลับไปกรุงพาราณสี
ตามเดิม.