Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 345

เล่ม มมร. 57 หน้า 345 ข้อ 280
พระราชาทรงพาพระโพธิสัตว์ไป มีหมู่อำมาตย์แวดล้อม เสด็จไปถึงที่นั้น ทอดพระเนตรเห็นเต่า จึงตรัสถามพระโพธิสัตว์ ว่า ดูก่อนท่านบัณฑิต ทำอย่างไรจึงได้ตกมา. พระโพธิสัตว์คิด ว่า เราคอยมานานแล้ว ใคร่จะถวายโอวาทพระราชา เที่ยวตรอง หาอุบายอยู่ เต่าตัวนี้คงจะคุ้นเคยกับหงส์เหล่านั้น พวกหงส์จึง ให้คาบไม้ไปด้วยหวังว่า จะนำไปป่าหิมพานต์ จึงบินไปในอากาศ ครั้นแล้วเต่าตัวนี้ได้ยินคำของใคร ๆ อยากจะพูดตอบบ้าง เพราะ ตนไม่รักษาปาก จึงปล่อยท่อนไม้เสีย ตกจากอากาศถึงแก่ ความตาย จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ธรรมดาคนปากกล้า พูดไม่รู้จบ ย่อมได้รับทุกข์เห็นปานนี้แหละ พระเจ้าข้า แล้วได้ กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :- เต่าพออ้าปากจะพูด ได้ฆ่าตนเองแล้ว หนอ เมื่อตนคาบท่อนไม้ไว้ดีแล้ว ก็ฆ่าตนเสีย ด้วยวาจาของตนเอง. ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ในหมู่นรชน บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เห็นเหตุอันนี้ แล้ว ควรเปล่งแต่วาจาที่ดี ไม่ควรเปล่งวาจานั้น ให้ล่วงเวลาไป ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตร เต่าผู้ถึงความพินาศเพราะพูดมาก. ในบทเหล่านั้น บทว่า อวธิ วต ได้แก่ ได้ฆ่าแล้วหนอ. บทว่า ปพฺยาหรํ ได้แก่ อ้าปากจะพูด. บทว่า สุคฺคหิตสฺมึ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka