Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 349

เล่ม มมร. 57 หน้า 349 ข้อ 282
ตรัสถามว่า ใครทำให้เธอกระสัน กราบทูลว่า ภรรยาเก่า พระเจ้าข้า. ลําดับนั้นพระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ หญิงนี้ทำความเสื่อมเสียให้แก่เธอ แม้เมื่อก่อนเธออาศัยหญิงนี้ ถึงกับถูกเสียบด้วยหลาวย่างในถ่านเพลิง ถูกกินเนื้อ ได้อาศัย บัณฑิตจึงรอดชีวิตมาได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า. ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ใน กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นปุโรหิตของพระราชา. อยู่ มาวันหนึ่งชาวประมงยกปลาที่ติดตาข่ายตัวหนึ่ง วางไว้หลังหาด ทรายอันร้อน เสี้ยมหลาวด้วยคิดว่าจะปิ้งปลานั้นที่ถ่านเพลิง แล้วเคี้ยวกิน. ปลาร้องรำพันถึงนางปลา ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :- ไฟนี้ก็ไม่เผาเราให้เร่าร้อน แม้หลาวที่ พรานแหเสี้ยมเป็นอย่างดีแล้วก็ไม่ยังความทุกข์ ให้เกิดขึ้นแก่เรา แต่การที่นางปลาเข้าใจว่า เรา ไปหานางปลาตัวอื่นด้วยความยินดี อันนี้จะเผา เราให้เร่าร้อน. ไฟคือราคะนั้นแล ย่อมเผาเรา ให้เร่าร้อน พรานแหทั้งหลาย ขอได้ปล่อยเราเถิด สัตว์ผู้ตกยากอยู่ในกาม ท่านไม่ควรฆ่า. ในบทเหล่านั้น บทว่า น มายมคฺคิ ความว่า ไฟนี้ย่อมไม่ เผาเรา คือไม่ทำให้เราเร่าร้อน ไม่ทำให้เราเศร้าโศก. บทว่า น สูโล คือ แม้หลาวนี้พรานแหเสี้ยมไว้อย่างดีก็ไม่เผาเรา คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka