ฉัตตปาณีกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงโปรดสดับ
เถิด เมื่อจะกล่าวถึงเหตุของการไม่ริษยา จึงกล่าวคาถานี้ว่า :-
ข้าแต่ราชะ ข้าพระพุทธเจ้าได้สั่งให้จองจำ
ปุโรหิต เพราะหญิงเป็นเหตุ ปุโรหิตนั้นให้ข้า-
พระองค์ตั้งอยู่ในประโยชน์แล้ว เพราะฉะนั้น
ข้าพระองค์จึงไม่ริษยา.
อธิบายความแห่งคาถานั้นว่า ข้าพระองค์นี้แหละ เมื่อก่อน
เป็นพระราชาในกรุงพาราณสีนี้เอง เช่นกับพระองค์ ให้จองจำ
ปุโรหิต เพราะสตรีเป็นเหตุ คือ ครั้งหนึ่งช่างกัลบกฉัตตปาณี
นี้เป็นพระราชา ถูกพระเทวีผู้ลักลอบกับพวกข้าบาทมูล ๖๔ นาย
ผู้หวังจะให้พระโพธิสัตว์ ซึ่งไม่สนใจตนให้พินาศ ทูลยุยงให้
จองจำตามนัยที่มาแล้วในชาดกนี้ว่า :-
คนพาลแย้มพรายออกมาในที่ใด คนที่
ไม่ถูกจองจำ ก็ย่อมถูกจองจำในที่นั้น ส่วนนัก
ปราชญ์แย้มพรายออกมาในที่ใด ถึงคนที่ถูก
จองจำแล้ว ก็ย่อมหลุดออกมาได้ในที่นั้น.
ในครั้งนั้นพระโพธิสัตว์ถูกจองจำนำไปเฝ้า จึงกราบทูล
โทษของพระเทวีตามเป็นจริง ได้รอดพ้นเอง ได้ทูลให้ปลดปล่อย
พวกข้าบาทมูลที่รับสั่งให้จองจำนั้นทั้งหมด ถวายโอวาทว่า
ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงทรงนิรโทษให้แก่พวกข้าบาทมูล