Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 375

เล่ม มมร. 57 หน้า 375 ข้อ 290
ฉัตตปาณีกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงโปรดสดับ เถิด เมื่อจะกล่าวถึงเหตุของการไม่ริษยา จึงกล่าวคาถานี้ว่า :- ข้าแต่ราชะ ข้าพระพุทธเจ้าได้สั่งให้จองจำ ปุโรหิต เพราะหญิงเป็นเหตุ ปุโรหิตนั้นให้ข้า- พระองค์ตั้งอยู่ในประโยชน์แล้ว เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ริษยา. อธิบายความแห่งคาถานั้นว่า ข้าพระองค์นี้แหละ เมื่อก่อน เป็นพระราชาในกรุงพาราณสีนี้เอง เช่นกับพระองค์ ให้จองจำ ปุโรหิต เพราะสตรีเป็นเหตุ คือ ครั้งหนึ่งช่างกัลบกฉัตตปาณี นี้เป็นพระราชา ถูกพระเทวีผู้ลักลอบกับพวกข้าบาทมูล ๖๔ นาย ผู้หวังจะให้พระโพธิสัตว์ ซึ่งไม่สนใจตนให้พินาศ ทูลยุยงให้ จองจำตามนัยที่มาแล้วในชาดกนี้ว่า :- คนพาลแย้มพรายออกมาในที่ใด คนที่ ไม่ถูกจองจำ ก็ย่อมถูกจองจำในที่นั้น ส่วนนัก ปราชญ์แย้มพรายออกมาในที่ใด ถึงคนที่ถูก จองจำแล้ว ก็ย่อมหลุดออกมาได้ในที่นั้น. ในครั้งนั้นพระโพธิสัตว์ถูกจองจำนำไปเฝ้า จึงกราบทูล โทษของพระเทวีตามเป็นจริง ได้รอดพ้นเอง ได้ทูลให้ปลดปล่อย พวกข้าบาทมูลที่รับสั่งให้จองจำนั้นทั้งหมด ถวายโอวาทว่า ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงทรงนิรโทษให้แก่พวกข้าบาทมูล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka