Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 424

เล่ม มมร. 57 หน้า 424 ข้อ 308
กราบทูลความเป็นไปให้ทรงทราบ. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อน อุบาสกทั้งหลาย ปริพาชกผู้นี้เห็นซุ้มประตูของเราก็หนีในบัดนี้ เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็หนีไปแล้วเหมือนกัน พวกมนุษย์ เหล่านั้นจึงทูลอาราธนา ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยราชสมบัติในเมืองตักกสิลา ในแคว้นคันธาระ. พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุง พาราณสี. พระเจ้าพรหมทัตนั้นทรงดำริว่า จักตีเมืองตักกสิลา จึงยกพลนิกายใหญ่ไปตั้งมั่นอยู่ไม่ไกลจากเมืองตักกสิลา ทรง ซักซ้อมเสนาว่า จงส่งกองช้างเข้าไปด้านนี้ ส่งกองม้าเข้าไป ด้านนี้ ส่งกองรถเข้าไปด้านนี้ ส่งพลราบเข้าไปด้านนี้ เมื่อบุก เข้าไปอย่างนี้แล้ว จงใช้อาวุธทั้งหลาย จงให้ห่าฝนลูกศรให้ตก ดังหมู่วลาหกโปรยฝนลูกเห็บฉะนั้น ด้วยประการฉะนี้ ได้ตรัส สองคาถานี้ว่า :- เมืองตักกสิลาถูกเขาล้อมไว้ทุกด้านแล้ว ด้วยกองพลช้างตัวประเสริฐ ซึ่งร้องคำรนอยู่ ด้านหนึ่ง ด้วยกองพลม้าตัวประเสริฐ ซึ่งคลุม มาลาเครื่องครบอยู่ด้านเหนือ ด้วยกองพลรถ ดุจคลื่นในมหาสมุทรอันยังฝน คือลูกศรให้ตก ลงด้านหนึ่ง ด้วยกองพลเดินเท้าถือธนูมั่น มีฝีมือ ยิงแม่นอยู่ด้านหนึ่ง ท่านทั้งหลายจงรีบบุกเข้า ไป และจงรีบบุกเข้าไป จงไสช้างให้หนุนเนื่อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka