ในบทเหล่านั้น บทว่า อุทพฺพเห คือนำมา. บทว่า
ฆมฺมาภิตฺตา ตลสา ว ปีฬิตา ได้แก่ รองเท่านั้นถูกแดดเผาบ้าง
ถูกพื้นเท้าบีบบ้าง. บทว่า ตสฺเสว ความว่า รองเท้าที่ทำไม่ดี
ที่เขาซื้อมาสวมเท้าเพื่อความสบายเท้า ครั้นถูกแดดเผา ถูกพื้น
เท้าบีบย่อมกัดเท้าเป็นแผล. บทว่า ทุกฺกุลิโน ได้แก่ บุคคลผู้มี
ชาติทราม มิใช่บุตรของผู้มีตระกูล. บทว่า อนริโย คือ เป็น
อสัตบุรุษ ขาดหิริโอตตัปปะ. บทว่า วิชฺชญฺจ ได้แก่ เรียนเอา
วิทยฐานะทั้ง ๘ ประการ อย่างใดอย่างหนึ่ง. บทว่า สุตํ
ได้แก่ สุตะคือปริยัติอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมกัดตัวเองด้วย
สูตรในสำนักอาจารย์นั้น. บทว่า โส ความว่า บุคคลผู้ใดเกิด
ในตระกูลต่ำ ไม่มีอารยธรรมเรียนวิชาและสูตะจากอาจารย์
บุคคลผู้นั้นย่อมกัดตนเองด้วยสุตะในสำนักอาจารย์นั้น ฉันนั้น.
บทว่า อนริโย วุจฺจตุปาหนุปโม คือ บัณฑิตเรียกว่าเป็นผู้ไม่มี
อารยธรรม เปรียบด้วยรองเท้าไม่ดี.
พระราชาทรงโปรดปรานประทานยศยิ่งใหญ่แก่พระ-
โพธิสัตว์.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรง
ประชุมชาดก. ลูกศิษย์ในครั้งนั้น ได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้ ส่วน
อาจารย์ คือเราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาอุปาหนชาดกที่ ๑