กรุงพาราณสีกับบริวารเป็นอันมาก เดินทางไปทางนั้นเหมือน
กัน. ฝ่ายชายค่อมกับธิดาเศรษฐี ทั้งคู่นั้นเดินทางกันตลอดคืน.
ครั้งนั้น ชายค่อมซึ่งถูกความหนาวเบียดเบียนตลอดคืน ได้เกิด
โรคลมกำเริบขึ้นในร่างกาย ในเวลาอรุณขึ้น เกิดทุกขเวทนา
สาหัส. เขาจึงแวะลงจากทางทนทุกขเวทนานอนขดตัวดังคันพิณ.
ฝ่ายธิดาเศรษฐีก็นั่งอยู่ที่ใกล้เท้าของเขา. พระโพธิสัตว์เห็น
ธิดาเศรษฐีนั่งอยู่ที่ใกล้เท้าชายค่อมจำได้จึงเข้าไปหา. เมื่อจะ
สนทนากับธิดาเศรษฐี ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-
เรื่องนี้เจ้าคิดคนเดียว บุรุษเตี้ยค่อมผู้
โง่เขลานี้จะนำทางไปไม่ได้แน่ ดูก่อนเจ้าผู้เจริญ
เจ้าไม่สมควรจะไปกับบุรุษเตี้ยค่อมผู้นี้เลย.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอกจินฺติโต อยมตฺโถ ความว่า แน่ะ
แม่เจ้า คิดประโยชน์อันใดจึงได้หนีไปกับชายค่อมนี้ ประโยชน์
อันนั้นเจ้าคงจะคิดคนเดียว. บทว่า พาโล อปริณายโก ความว่า
เพราะว่าชายค่อมผู้เป็นพาลนี้ โดยที่มีปัญญาทรามถึงจะแก่ก็
ยังโง่ จะเป็นเมื่อไม่มีผู้อื่นพาไปก็ไม่สามารถจะพาไปได้. แน่ะ
นางผู้เจริญ เจ้าก็เกิดในตระกูลใหญ่มีรูปงามน่าเอ็นดู จึงไม่ควร
ไปกับชายค่อมผู้ต่ำต้อยเพราะเตี้ยนี้.
ลำดับนั้น ธิดาเศรษฐีฟังคำของพระโพธิสัตว์แล้ว กล่าว
คาถาที่ ๒ ว่า :-