Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 441

เล่ม มมร. 57 หน้า 441 ข้อ 316
ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่า กามคุณเหล่านี้เช่นกับลูกชะนัก เมื่อได้ที่ ตั้งในหัวใจครั้งเดียว ย่อมให้ถึงความตายได้ทีเดียว เหมือนชะนัก อันปักเข้าไปแล้ว ยังจระเข้ให้ถึงความตาย ฉะนั้นแล้วทรงนำเรื่อง อดีตมาตรัสเล่า. ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี โดยธรรม วันหนึ่งประพาสอุทยานเสด็จไปถึงฝั่งสระโบกขรณี. พนักงานชำนาญในการฟ้อนรำขับร้องเป็นต้น ก็ประกอบการ ฟ้อนรำขับร้องถวาย. ปลาและเต่าทั้งหลายที่สระโบกขรณี ต่าง ก็มารวมกันเพราะมีใจจดจ่ออยู่ในเสียงขับร้อง ว่ายน้ำตามพระ- ราชาไป. พระราชาทอดพระเนตรเห็นฝูงปลาประมาณเท่าลำตาล ตรัสถามอำมาตย์ทั้งหลายว่า เหตุไรหนอ พวกปลาเหล่านี้จึง เที่ยวตามเราไป. พวกอำมาตย์กราบทูลว่า ปลาเหล่านี้คอยรับใช้ พระองค์. พระราชาโปรดปรานว่า แม้ปลาเหล่านี้ก็ยังคอยรับใช้ เรา จึงทรงตั้งอาหารไว้ประจำวันของปลาเหล่านั้น. เจ้าหน้าที่ ต้องหุงข้าวสารหนึ่งอัมมณะทุก ๆ วัน. ต่อมาปลาทั้งหลายถึง เวลาให้อาหารบางพวกก็มา บางพวกก็ไม่มา อาหารก็เสีย. เขาจึงกราบทูลความนั้นแด่พระราชา. พระราชารับสั่งว่า ตั้งแต่ ไปจงตีกลองเวลาให้อาหาร. เมื่อพวกปลามารวมกันตามเสียง กลองแล้วก็จงให้อาหารเถิด. ตั้งแต่นั้นพนักงานผู้จัดอาหาร ให้ตีกลองแล้วจึงให้อาหารแก่พวกปลาที่มารวมกัน. แม้พวกปลา เหล่านั้นก็มารวมกันกินอาหารตามสัญญาเสียงกลอง. เมื่อพวก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka