บุคคลเห็นแก่โลกามิสแม้อย่างนี้ ชอบ
ประพฤติตามอำนาจของจิตย่อมเดือดร้อน เขา
ย่อมเดือดร้อนอยู่ในท่ามกลางหมู่ญาติและสหาย
ดุจจระเข้ผู้ติดตามปลาไปถูกแทง ฉะนั้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า โลกามิสํ ได้แก่ กามคุณ ๕ เพราะ
กามคุณ ๕ เหล่านั้น ชาวโลกถือว่าเป็นของน่าปรารถนา น่าใคร่
น่าพึงพอใจ ฉะนั้น จึงเรียกว่า โลกามิส. บทว่า โอปตนฺโต
ความว่า บุคคลผู้เป็นไปตามโลกามิสนั้น เป็นผู้คล้อยตามอำนาจ
จิตด้วยอำนาจกิเลส ย่อมเดือดร้อนลำบากถึงความพินาศ บทว่า
โส หญฺติ ความว่า บุคคลนั้นยึดถือกามคุณ ๕ ว่าเป็นที่น่าพึง
พอใจ แล้วย่อมเดือดร้อนลำบากถึงความมหาพินาศ ในท่ามกลาง
ญาติและสหายทั้งหลาย ดุจจระเข้ที่ไล่ตามปลาถูกแทงด้วยชะนัก
ฉะนั้น ดังนี้.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ
สัจจธรรม แล้วทรงประชุมชาดก. ครั้นจบสัจจธรรม ภิกษุ
กระสันตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ส่วนพระเจ้าพาราณสีในครั้งนั้น
คือเราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาวิกัณณกชาดกที่ ๓