Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 451

เล่ม มมร. 57 หน้า 451 ข้อ 320
ปรนนิบัติอยู่. ชนทั้งสองได้เกิดความรักความใคร่ต่อกันและกัน. อยู่มาวันหนึ่ง เศรษฐีกรุงพาราณสีได้คิดอย่างนี้ด้วยความรัก และความคุ้นเคยในพระโพธิสัตว์ว่า ชื่อว่าการบวชเป็นทุกข์ เรายังปริพาชก ชื่อว่า วัจฉนขะผู้เป็นสหายของเราให้สึก แล้ว แบ่งสมบัติทั้งหมดออกกึ่งหนึ่ง แล้วให้แก่วัจฉนขปริพาชกนั้น ทั้งสองก็จักอยู่ด้วยความปรองดองกัน. วันหนึ่งเศรษฐีนั้นในเวลา สำเร็จภัตตกิจ ได้ทำปฏิสันถารอย่างอ่อนหวานกับวัจฉนขปริพาชก แล้วกล่าวว่า พระคุณเจ้าวัจฉนขะ ชื่อว่าการบรรพชาเป็นทุกข์ ฆราวาสเป็นสุข มาเถิดท่าน เราทั้งสองปรองดองกัน บริโภค กามกันอยู่เถิด แล้วกล่าวคาถาแรกว่า :- ข้าแต่ท่านวัจฉนขะ เรือนทั้งหลายที่มีเงิน และโภชนาหารบริบูรณ์เป็นเรือนมีความสุข ท่าน บริโภคและดื่มในเรือนใด ไม่ต้องขวนขวายก็ ได้นอน. ในบทเหล่านั้น บทว่า สหิรญฺา คือถึงพร้อมด้วยรัตนะ ๗. บทว่า สโภชนา คือมีของเคี้ยวของบริโภคมาก. บทว่า ยตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ ได้แก่ บริโภค โภชนามีรสเลิศต่าง ๆ และ ดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ ในเรือนซึ่งมีทั้งเงินและทั้งของบริโภค. บทว่า สเยยฺยาสิ อนุสฺสุโก ความว่า ท่านไม่ต้องขวนขวายก็ได้นอน บนที่นอนอันมีสิริที่ตกแต่งไว้แล้ว. ด้วยเหตุนั้นชื่อว่า การอยู่ ครองเรือนเป็นสุขอย่างยิ่ง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka