Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 452

เล่ม มมร. 57 หน้า 452 ข้อ 320
ลำดับนั้นพระโพธิสัตว์ ฟังเศรษฐีแล้วจึงกล่าวว่า ดูก่อน มหาเศรษฐี. ท่านเป็นผู้ติดอยู่ในกาม กล่าวคุณของฆราวาสและ โทษของบรรพชา ก็เพราะความไม่รู้ เราจะกล่าวถึงโทษของ ฆราวาสแก่ท่าน ท่านจงฟังในบัดนี้เถิด แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- บุคคลผู้เป็นฆราวาสไม่มีมานะทำการงาน ก็ดี ไม่กล่าวคำมุสาก็ดี ไม่ใช้อำนาจลงโทษผู้อื่น การครองเรือนก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ใคร เล่าจะครอบครองเรือนไม่ให้บกพร่อง ให้เกิด ความยินดีด้วยแสนยากเล่า. ในบทเหล่านั้น บทว่า ฆรา นานีหมานสฺส ความว่า ขึ้น ชื่อว่า ฆราวาสผู้ขาดมานะ ไม่พยายามทำการเพาะปลูกและเลี้ยง สัตว์เป็นต้น ตลอดกาลไม่มี. อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่าเรือนจะตั้งอยู่ ไม่ได้. บทว่า ฆรา นาภณโต มุสา ความว่า ชื่อว่าเรือนจะมีอยู่ ไม่ได้ แม้ไม่ยอมกล่าวเท็จเพื่อประโยชน์ไร่นาเรือกสวนเงิน และทองเป็นต้น. บทว่า ฆรา ฯเปฯ อนิกุพฺพโต ความว่า ผู้ไม่ ถือท่อนไม้ วางท่อนไม้เสียแล้ว ไม่รังแกผู้อื่น เรือนก็ตั้งอยู่ไม่ได้. ส่วนผู้ใดมือถือท่อนไม้ลงโทษผู้อื่นมีทาสและกรรมกรเป็นต้น ด้วยการฆ่า จองจำ ตัดอวัยวะและเฆี่ยนเป็นต้น ตามสมควรแก่ ความผิดข้อนั้น ๆ การครองเรือนของผู้นั้นแหละย่อมมั่นคงอยู่ได้. บทว่า เอวํ ฉิทฺทํ ฯเปฯ ปฏิปชฺชติ ความว่า เมื่อไม่มีการต้อง โกหกเป็นต้นเหล่านี้ เมื่อเปิดช่องแก่ความเสื่อมนั้น ๆ แม้ต้อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka