Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 500

เล่ม มมร. 57 หน้า 500 ข้อ 339
ท่านจักดื่มน้ำแม่คงคา มีสีและกลิ่นอบอวลบ้างไหม. ปริพาชก เมื่อจะเล่นสำนวน จึงกล่าวว่า อะไรคือคงคา คงคาทราย คงคาน้ำ คงคาฝั่งนี้ หรือคงคาฝั่งโน้น. พระโพธิสัตว์กล่าวโต้ว่า ดูก่อน ปริพาชกก็ท่านจะแยกน้ำกับทรายและฝั่งนี้ฝั่งโน้นออกเสียแล้ว จักได้คงคาที่ไหนเล่า. ปริพาชกสิ้นปฏิภาณลุกหนีไป. เมื่อ ปริพาชกหนีไป พระโพธิสัตว์เมื่อจะแสดงธรรมแก่บริษัทที่นั่ง อยู่ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :- บุคคลเห็นฝั่งใด ไม่ปรารถนาสิ่งนั้น อนึ่ง บุคคลไม่เห็นสิ่งใด ย่อมปรารถนาสิ่งนั่น เราเข้า ใจว่า บุคคลนั้นจักท่องเที่ยวไปอีกนาน อยากได้ สิ่งใด ก็จักไม่ได้สิ่งนั้นเลย. บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น ปรารถนาสมบัติอันใด ก็ติเตียนสมบัติที่ได้มา นั้น เพราะขึ้นชื่อว่าความปรารถนามีอารมณ์ไม่ สิ้นสุด เราขอกระทำความนอบน้อมแด่ท่านผู้ ปราศจากความปรารถนา. ในบทเหล่านั้น บทว้า ยํ ปสฺสติ ความว่า บุคคลเห็นน้ำ เป็นต้น ก็ไม่ปรารถนาว่าเป็นแม่คงคา. บทว่า ยญฺจ น ปสฺสติ ความว่า บุคคลไม่เห็นคงคาที่ไม่มีน้ำเป็นต้น นัยว่ายังปรารถนา แม่คงคานั้น. บทว่า มญฺามิ จิรํ จริสฺสติ ความว่า ข้าพเจ้า เข้าใจอย่างนี้ว่า ปริพาชกนี้แสวงหาแม่คงคา เห็นปานนี้จักเที่ยว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka