Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 116

<< | หน้าที่ 116 | >>
{๓๓๘} [๑๘๘] ได้ยินมาว่า คนที่ไม่ปรารถนาสิ่งที่ตนเห็นก็ดี

ปรารถนาสิ่งที่ตนไม่เห็นก็ดี

ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ถึงเขาจะเที่ยวแสวงหาไปนานแสนนาน

ก็จะไม่ได้สิ่งที่ตนปรารถนาเลย

{๓๓๙} [๑๘๙] คนย่อมไม่พอใจสิ่งที่ตนได้มา

และดูหมิ่นสิ่งที่ตนปรารถนาได้มาแล้ว

เพราะความปรารถนาซึ่งมีอารมณ์ไม่มีที่สิ้นสุด

ข้าพเจ้าขอกระทำการนอบน้อมท่านผู้ปราศจากความปรารถนา

วิคติจฉชาดกที่ ๔ จบ


๕. มูลปริยายชาดก (๒๔๕)


ว่าด้วยทรงปราบภิกษุผู้ทะนงด้วยมูลปริยายสูตร


(อาจารย์ทิศาปาโมกข์โพธิสัตว์ถามปัญหากับพวกศิษย์แล้ว จึงกล่าวว่า)

{๓๔๐} [๑๙๐] กาลเวลาย่อมกินเหล่าสัตว์ทั้งปวงพร้อมกับตัวเอง

ส่วนผู้ใดกินกาลเวลาได้

ผู้นั้นชื่อว่าเผาตัณหาที่เผาเหล่าสัตว์ได้แล้ว

(พระโพธิสัตว์ติเตียนมาณพเหล่านั้นว่า)

{๓๔๑} [๑๙๑] ศีรษะของนรชนปรากฏมีเป็นจำนวนมาก

และมีผมหนาปกคลุมจนถึงคอ

บรรดาคนเหล่านี้ ใครบ้างเล่าที่มีปัญญา

มูลปริยายชาดกที่ ๕ จบ


๑ ผู้กินกาลเวลาได้ หมายถึงพระขีณาสพ เพราะทำกาลปฏิสนธิในคราวต่อไปให้สิ้น คือกลืนกินกาลเวลา ด้วยอริยมรรค (ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก) (ขุ.ชา.อ. ๓/๑๙๐/๒๖๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka