Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 520

เล่ม มมร. 57 หน้า 520 ข้อ 349
มหรสพ จึงมอบลิงนั้นไว้กับพ่อค้าขายข้าวเปลือกนั้น สั่งว่า ท่านอย่าดูดายลิงตัวนี้ ครั้นชมมหรสพแล้วในวันที่ ๗ จึงไปหา พ่อค้าถามว่า ลิงอยู่ที่ไหน. ลิงพอได้ยินเสียงเจ้าของรีบออกจาก ร้านขายข้าวเปลือก. ลำดับนั้นหมองู จึงเอาไม้เรียวตีหลังลิง พาไปสวนผูกไว้ข้างหนึ่ง แล้วหลับไป. ลิงรู้ว่าเจ้าของหลับ จึง แก้เชือกที่ผูกออกหนีไปขึ้นต้นมะม่วง กินผลมะม่วงสุก แล้วทิ้ง เมล็ดลงตรงหัวหมองู. หมองูตื่นแลดูเห็นลิงนั้นแล้ว จึงคิดว่า เรา จักลวงเจ้าลิงนั้นด้วยถ้อยคำไพเราะ ให้มันลงจากต้นไม้แล้วจึง จับมัน เมื่อจะเกลี้ยกล่อมลิงนั้น ได้กล่าวคาถาแรกว่า :- ดูก่อนพ่อสาลกวานร เจ้าเป็นลูกคนเดียว ของพ่อ อนึ่ง พ่อจักได้เป็นใหญ่ในตระกูลของ พ่อ ลงมาจากต้นไม้เถิด มาเถิดลูกพ่อ จะพากลับ ไปบ้านของเรา. ลิงได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- ท่านสำคัญว่า เราเป็นสัตว์ใจดีจึงได้ตีเรา ด้วยเรียวไม้ไผ่ เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มี ผลสุก ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด. ในบทเหล่านั้น บทว่า นนุ มํ สุหทโยติ มญฺสิ ความว่า ท่านสำคัญเราว่าเป็นสัตว์มีใจดีมิใช่หรือ อธิบายว่า ท่านสำคัญ ว่าลิงนี้เป็นสัตว์ใจดี. บทว่า ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺิยา ความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka