Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 28

เล่ม มมร. 58 หน้า 28 ข้อ 360
จึงกล่าวว่า ผู้เจริญ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงเกิดโรคผอมเหลือง ยิ่งกว่าเดิม ครั้นได้สดับว่า เพราะไม่ได้พบพระยานาคผู้น่าดูตนนั้น จึงกำหนดได้ว่า ดาบสนี้ไม่อาจเหินห่างพระยานาคได้ จึงกล่าว คาถาที่ ๓ ว่า :- บุคคลรู้ว่าสิ่งใดเป็นที่รักของเขาก็ไม่ ควรขอสิ่งนั้น บุคคลย่อมเป็นที่เกลียดชัง เพราะขอจัด พระยานาคถูกพราหมณ์ขอ แก้วมณีตั้งแต่นั้นมา พระยานาคก็มิได้มาให้ พราหมณ์นั้นเห็นอีกเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตํ ยาเจ ความว่า ไม่พึงขอ สิ่งนั้น. บทว่า ยสฺส ปิยํ ชิคึเส ความว่า พึงรู้ว่า สิ่งใดเป็น ที่รักของบุคคลนั้น. บทว่า เทสฺโส โหติ แปลว่า ย่อมไม่เป็น ที่รัก. บทว่า อติยาจนาย ได้แก่ เมื่อขอสิ่งของเกินประมาณนั้นแล ชื่อว่า เพราะขอจัดนั้น. บทว่า อทสฺสนํเยว ตทชฺฌคมา ได้แก่ ตั้งแต่นั้นมาก็ไปไม่เห็นอีกเลย. ก็ดาบสผู้พี่ชายครั้นกล่าวกะดาบสน้องชายอย่างนั้นแล้วจึง ปลอบโยนว่า ผู้เจริญ ตั้งแต่บัดนี้ไปท่านอย่าเศร้าโศกเสียใจเลย แล้วกลับไปยังอาศรมของตน. ครั้นในกาลต่อมาอีกดาบสพี่น้องทั้ง สองนั้นทำฌานและสมาบัติให้บังเกิดแล้ว ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปใน เบื้องหน้า. พระบรมศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka