Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 36

เล่ม มมร. 58 หน้า 36 ข้อ 363
บัดนี้ ท่านจึงไม่กินข้าวตังและรำนั้น. ลูกม้าสินธนได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถา นอกนี้ว่า :- ข้าแต่ท่านมหาพราหมณ์ ในที่ใดชน ทั้งหลายไม่รู้จักสัตว์เลี้ยง โดยชาติ หรือ โดยวินัย ในที่นั้น รำและข้าวตังมีอยู่เป็น อันมาก. ท่านก็รู้จักข้าพเจ้าดีแล้วว่า ม้าตัว นี้เป็นม้าสูงส่งเพียงไร ข้าพเจ้ารู้สึกตัว เพราะ อาศัยท่านผู้รู้ จึงไม่บริโภครำของท่าน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยตฺถ แปลว่า ในที่ใด. บทว่า โปสํ แปลว่า สัตว์. บทว่า ชาติยา วินเยน วา ความว่า ชนทั้งหลายย่อมรู้อย่างนี้ว่า ม้าตัวนี้สมบูรณ์ด้วยชาติหรือไม่ หรือ ว่าประกอบด้วยมารยาทหรือไม่. ม้าสินธพเมื่อจะเรียกจึงกล่าวการ เรียกอย่างเคารพว่า ข้าแต่ท่านมหาพราหมณ์. บทว่า ยาทิโสยํ ตัด เป็น ยาทิโส อยํ แปลว่า ม้านี้เป็นม้าเช่นใด. ม้าสินธพกล่าว หมายถึงตน. บทว่า ชานนฺโต ชานมาคมฺม ความว่า ข้าพเจ้า รู้กำลังของตน เพราะอาศัยท่านผู้รู้อยู่นั่นแหละ จึงไม่กินรำใน สำนักของท่าน ก็ท่านให้ทรัพย์ ๖ พันแล้วพาเอาข้าพเจ้ามา เพราะ ประสงค์จะให้กินรำ ก็หามิได้. พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงปลอบโยนลูกม้าสินธพนั้นว่า เราทำดังนั้นเพื่อจะทดลองเจ้าอย่าโกรธเลย แล้วให้บริโภคโภชนะดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka