พระเจ้าทศรกผู้ชนกของเราสั่งสอนไว้.
บรรดาบทเหล่านี้ บทว่า ภาตรํ ภคินึ สกํ ได้แก่ พี่ชายหรือ
พี่สาวของตน. แต่ในบาลีเขียนว่า สขํ ก็คำนั้น ในอรรถกถาท่าน
วิจารณ์ไว้ว่า เมื่อกล่าวว่า สภํ ย่อมกินความถึงพี่ชายและพี่สาวของตน
เมื่อกล่าวว่า สขํ ได้ความหมายเฉพาะสหาย. บทว่า ภเรยฺย แปลว่า
พึงพอกเลี้ยง. บทว่า ตาทิโส โปโส ความว่า สัตว์ชาติลิงที่เห็น
กันอยู่เช่นนั้น พึงเลี้ยงดูไม่ได้ บทว่า สิฏฺํ ทสรเถน เม ความว่า
พระชนกของเราทรงสั่งสอนไว้อย่างนี้. จริงอยู่พระชนกของพระกุมาร
นั้น เขาเรียกว่า พระเจ้าชนสันธะ เพราะทรงสงเคราะห์ชนด้วย
สังคหะวัตถุ ๔ ประการ เรียกว่า พระเจ้าทศรถ เพราะทรงกระทำกิจ
ที่จะพึงกระทำด้วยรถ ๑๐ คัน ด้วยรถของพระองค์เพียงคันเดียว
เท่านั้น. เพราะได้สดับโอวาทเห็นปานนั้นจากสำนักของพระชนก
พระองค์นั้น พระกุมารจึงตรัสอย่างนั้น.
อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลว่า จักเป็นดังพระดำรัสอย่างนั้น
พระเจ้าข้า แล้วนำลิงนั้นออกไป ได้ตกลงกันว่า พระกุมารเป็นบัณฑิต
จักสามารถครองราชสมบัติได้ จึงอภิเษกพระโพธิสัตว์ให้ครองราช
สมบัติ แล้วให้เที่ยวตีกลองป่าวร้องไปในพระนครว่า เป็นอาณาจักร
ของพระเจ้าอาทาสมุขแล้ว. จำเดิมแต่นั้นมา พระโพธิสัตว์ทรงครอง
ราชสมบัติโดยธรรม โดยสม่ำเสมอ แม้ความที่พระเจ้าอาทาสมุขนั้น
เป็นบัณฑิตเฉลียวฉลาดก็แพร่ไปตลอดทั่วชมพูทวีป. ก็เพื่อจะแสดง