Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 67

เล่ม มมร. 58 หน้า 67 ข้อ 372
สาสน์ที่ ๑ ได้ตรัสว่า เมื่อก่อน ได้มีไก่ซึ่งขันเป็นเวลาอยู่ในที่เป็นที่ อยู่พวกพราหมณ์มาณพเหล่านั้น เมื่อพราหมณ์มาณพเหล่านั้นลุกขึ้น ตามเสียงไก่นั้น แล้วเรียนมนต์ทำการสังวัธยายอยู่ จนอรุณขึ้นด้วย เหตุนั้น มนต์ที่พวกพราหมณ์มาณพเหล่านั้นเล่าเรียนมาเอาไว้ก็ไม่ เสื่อม มาบัดนี้ มีไก่ซึ่งขันไม่เป็นเวลาอยู่ในที่อยู่ของพราหมณ์มาณพ เหล่านั้น ไก่ตัวนั้น ขันดึกเกินไปบ้าง จวนสว่างบ้าง พวกพราหมณ์. มาณพลุกขึ้นตามเสียงของไก่นั้นซึ่งขันดึกเกินไป เล่าเรียนมนต์ก็ง่วง นอน กำลังทำการสังวัธยายก็หลับไปอีก ครั้นลุกขึ้นตามเสียงของไก่ ซึ่งขันในเวลาจวนจะสว่าง ก็สังวัธยายไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น มนต์ที่ พวกพราหมณ์มาณพเหล่านั้นเล่าเรียนไว้ จึงไม่ปรากฏ. แม้เรื่องที่ ๒ ครั้นได้ทรงสดับแล้ว จึงตรัสว่า เมื่อก่อน ดาบสเหล่านั้นพากันกระทำสมณธรรม ได้เป็นผู้ขวนขวายประกอบ การบริกรรมกสิณ มาบัดนี้ พากันละทิ้งสมณธรรมเสีย ขวนขวาย ประกอบในกิจที่ไม่ควรกระทำ ให้ผลาผลที่เกิดขึ้นในอารามแก่พวก อุปัฏฐาก สำเร็จการเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพ ด้วยการรับก้อนข้าวและ ให้ก้อนข้าวตอบแทน ด้วยเหตุนั้น ผลาผลทั้งหลายของดาบสเหล่านั้น จึงไม่อร่อย ก็ถ้าดาบสเหล่านั้น จักเป็นผู้ขวนขวายประกอบสมณ- ธรรมอีก เหมือนในกาลก่อน ผลาผลทั้งหลายของดาบสเหล่านั้น จัก กลับมีรสอร่อยอีก ดาบสเหล่านั้นย่อมไม่รู้ว่าราชตระกูลเป็นบัณฑิต ท่านจงบอกให้ดาบสเหล่านั้นกระทำสมณธรรม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka