Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 82

เล่ม มมร. 58 หน้า 82 ข้อ 378
หนึ่งท่องเที่ยวไปในป่า พอดีเป็นเวลาเช้า เป็นเวลาที่ติรีติวัจฉฤๅษี ออกไปเพื่อต้องการผลาผล จึงเสด็จเข้าไปยังอาศรมของติรีติวัจฉฤๅษี นั้น. พระราชานั้นทรงทราบว่าเป็นสถานที่อยู่ของดาบส จึงเสด็จลง จากคอช้าง ทรงเหน็ดเหนื่อยเพราะลมและแดด จึงทรงกระหายน้ำ ทอดพระเนตรหาหม้อน้ำก็ไม่ทรงเห็นในที่ไหน แต่ได้ทรงเห็นบ่อน้ำ อยู่ในท้ายที่จงกรม แต่เมื่อเที่ยวหาเชือกและกระออม เพื่อต้องการ จะตักน้ำ ก็มิได้เห็น เมื่อไม่ทรงสามารถจะอดกลั้นความกระหายน้ำ จึงเอาเชือกที่รัดท้องช้างมา ให้ช้างยืนอยู่ใกล้ปากบ่อน้ำ เอาเชือกผูก ที่เท้าช้างนั้นแล้วไต่เชือกลงบ่อน้ำ เชือกก็ยังไม่พอ จึงเสด็จกลับขึ้น มาใหม่ ทรงเอาผ้าสาฎกสำหรับห่มต่อเข้ากับปลายเชือกแล้วเสร็จลงไป อีก. แม้ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่พออยู่ดี. พระองค์ทรงเอาปลายพระบาท ทั้งสองแตะน้ำ กลับทรงกระหายยิ่งขึ้น บันเทาความกระหายไม่ได้ จึงทรงพระดำริว่า แม้จะตายก็ตายดี แล้วปล่อยให้ตกลงไปในบ่อน้ำ ดื่มจนพอแก่ความต้องการ เมื่อไม่สามารถจะกลับขึ้นมา จึงได้ประทับ ยืนอยู่ในบ่อน้ำนั้นนั่นเอง. ในเวลาเย็น พระโพธิสัตว์นำเอาผลาผล ทั้งหลายมา แลเห็นช้างจึงคิดว่า พระราชาคงจักเสด็จมา ช่างทรง จึงปรากฏ เหตุอะไรหนอ จึงเข้าไปใกล้ช่าง. ฝ่ายช้างรู้ว่าพระโพธิ- สัตว์นั้นเข้ามาหา จึงได้ยินเสีย ณ ส่วนข่างหนึ่ง. พระโพธิสัตว์เดิน ไปยังปากบ่อน้ำ แลเห็นพระราชา จ่งปลอบโยนว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่ากลัวเลย แล้วผูกบันใดให้พระราชาเสด็จขึ้น นวดฟั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka