กระยาหารอันมีรสซึ่งมีค่าถึงแสนกหาปณะ ด้วยภาชนะทองอันมีค่า
แสนกหาปณะ.
ครั้งนั้น มีบุรุษโลเลคนหนึ่งได้เห็นวิธีเสวยพระกระยาหาร
ของพระราชานั้น อยากจะบริโภคโภชนะนั้น เมื่อไม่สามารถจะอดกลั้น
ความอยากได้ คิดว่าอุบายนี้ดี จึงนุ่งผ้าให้มั่นคงแล้วยกมือขึ้นข้างหนึ่ง
ร้องเสียงดัง ๆ ว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย เราเป็นทูต พลางเข้าไปเฝ้า
พระราชา. ก็สมัยนั้น ในชนบทนั้น ใคร ๆ ย่อมห้ามคนที่กล่าวว่า
เราเป็นทูต เพราฉะนั้น มหาชนจึงแยกออกเป็นสองฝ่ายให้โอกาส.
บุรุษผู้นั้นรีบไปคว้าเอาก้อนภัตรก้อนหนึ่งจากภาชนะทองของพระ-
ราชาใส่ปาก. ลำดับนั้น ทหารดาบชักดาบออกด้วยหมายใจจักตัดหัว
ของบุรุษนั้น. พระราชาตรัสห้ามว่า อย่าประหาร แล้วตรัสว่า
เจ้าอย่ากลัว จงบริโภคเถอะ แล้วทรงล้างพระหัตถ์ประทับนั่ง. และ
ในเวลาเสร็จสิ้นการบริโภค พระราชาให้ประทานน้ำดื่มและหมากพลู
แก่บุรุษผู้นั้นแล้วตรัสถานว่า บุรุษผู้เจริญ เจ้ากล่าวว่าเป็นทูต เจ้า
เป็นทูตของใคร. บุรุษนั้นกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์
เป็นทูตของตัณหา ตัณหาตั้งข้าพระองค์ให้เป็นทูตแล้วบังคับส่งมาว่า
เจ้าจงไป ดังนี้แล้วได้กล่าวคาถา ๒ คาถาแรกว่า :-
สัตว์เหล่านี้ย่อมไปสู่ประเทศอันไกล
หวังจะขอสิ่งของตามแต่จะได้ เพื่อประโยชน์
แก่ท้องใด ข้าพระองค์เป็นทูตของท้องนั้น