ในห้องอันเป็นสิริ ในเวลาเสร็จสิ้นการอาบน้ำ ปิดประตู ลั่นกุญแจ
ให้การอารักขาแล้ว เสด็จไปบรรทมยังที่บรรทมของพระองค์. เมื่อ
ราตรีสว่างแจ้งแล้ว พระราชานั้นทรงเปิดประตูเห็นทารกนั้น จึง
รับสั่งถามว่า นี่อะไรกัน. ทารกนั้นกราบทูลความที่พระธิดานั้นเสด็จ
ไปกับพระกุมาร. พระราชาทรงเดือดร้อนพระทัย ทรงพระดำริว่า
เราแม้จับมือเที่ยวไป ก็ไม่อาจรักษามาตุคามได้ ชื่อว่าหญิงทั้งหลาย
ใคร ๆ รักษาไม่ได้อย่างนี้ จึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถานอกนี้ว่า :-
หญิงทั้งหลายบุรุษไม่สามารถจะรักษา
ไว้ได้ด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน ยากที่จะให้
เต็มได้ เปรียบเสมอด้วยแม่น้ำ ย่อมจมลง
ในนรก บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้ว พึงเว้นเสีย
ให้ห่างไกลหญิงเหล่านี้ ย่อมเข้าไปคบหา
บุรุษใด เพราะความรักใคร่ก็ตาม เพราะ
ทรัพย์ก็ตาม เขาย่อมเผาบุรุษนั้นเสียฉับพลัน
เปรียบเหมือนไฟไหม้ที่ของตนเองฉะนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนลา มุทุสมฺภาสา ความว่า
บุรุษทั้งหลายไม่อาจ คือไม่สามารถที่จะยึดเหนี่ยวไว้ได้ แม้ด้วยถ้อยคำ
อันไพเราะอ่อนหวาน. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าไม่อาจรักษาได้ เพราะ
บุรุษทั้งหลายไม่อาจรักษาหญิงเหล่านี้. บทว่า มุทุสมฺภาสา ความว่า
ชื่อว่ามีถ้อยคำอ่อนหวาน เพราะแม้เมื่อหัวใจกระด้าง ก็มีน้ำคำอ่อน-