พิสดารเถิด. พระศาสดาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น เธอจงเงี่ยโสตสดับ
แล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :-
ภรรยาคนใดของชายมีอาการอย่างนี้
คือมีจิตคิดประทุษร้ายสามี มิได้ประพฤติสิ่ง
ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่สามี ยินดีรักใคร่
ในบุรุษอื่น ดูหมิ่นล่วงเกินสามี ขวนขวาย
เพื่อจะฆ่าสามีผู้ถ่ายมาด้วยทรัพย์ ภรรยาชนิด
นั้น ท่านเรียกว่า วธกาภริยา ภรรยาเสมอ
เพชฌฆาต. ภรรยาใดของชายมีอาการอย่างนี้
คือ สามีได้ทรัพย์สิ่งใดมา โดยทางศิลป-
วิทยาก็ดี โดยทางค้าขายก็ดี ทางกสิกรรม
ก็ดี แม้จะน้อยมากเพียงใด ก็มอบให้ภรรยา
เก็บรักษาไว้ แต่ภรรยานั้นไม่รู้จักเก็บงำ
ปรารถนาแต่จะใช้ทรัพย์นั้นให้หมดเปลือง
ไป ภรรยาชนิดนั้น ท่านเรียกว่า โจรีภริยา
ภรรยาเสมอดังโจร. ภรรยาใดของชายมี
อาการอย่างนี้ คือ ไม่ปรารถนาทำการงาน
เกียจคร้าน กินจุ หยาบช้า ดุร้าย ปากคอ
เราะราน ประพฤติข่มขี่พวกคนผู้คอยรับใช้
ภรรยาชนิดนั้น ท่านเรียกว่า อัยยาภริยา