Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 263

เล่ม มมร. 58 หน้า 263 ข้อ 450
ผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย ย่อมเป็นผู้ฉลาดในความคิดอ่าน ควรจะพึงถ้อยคำ ของภิกษุทั้งหลายในพระเชตวันมหาวิหาร. พระราชาทรงสั่งบังคับจาร- บุรุษทั้งหลายว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังถ้อยคำสนทนาของ ภิกษุทั้งหลายในเวลานั้น. จารบุรุษเหล่านั้น ได้กระทำอย่างนั้น จำเดิมแต่นั้นมา. ก็ในกาลนั้นพระเถระผู้เฒ่า ๒ รูป คือพระทันตเถระ และพระธนุคคหติสสเถระ อยู่ในบรรณศาลาท้ายวิหาร. บรรดา พระเถระ ๒ รูปนั้น พระธนุคคหติสสเถระ หลับทั้งในปฐมยาม และมัชฌิมยาม แล้วตื่นขึ้นในตอนปัจฉิมยาม นั่งเคาะดุ้นฟืนก่อไฟ ให้สว่างแล้วกล่าวว่า ท่านทันตเถระผู้เจริญ ท่านนอนอยู่หรือว่านั่งอยู่. พระทันตเถระกล่าวว่า ผมไม่นอนแล้วจักทำอะไร. พระธนุคคหติสส- เถระกล่าวว่า ลุกขึ้นนั่งก่อนเถอะขอรับ. พระธนุคคหติสสเถระนั้น ลุกขึ้นนั่งแล้วกล่าวว่า ท่านทันตเถระผู้เจริญ พระเจ้าโกศลท้องพลุ้ย องค์นี้เขลา กระทำพระกระยาหารที่เสวยในถาดให้เสียไปเปล่า แต่ ไม่ทรงทราบการจัดกระบวนรบอะไรๆ พระองค์ผู้เป็นจอมนรชนจึง ทรงแพ้แล้วแพ้เล่า. พระทันตเถระถามว่าก็อย่างนั้น ควรจะทำอย่างไร ? ขณะนั้น จารบุรุษเหล่านั้น ได้ยินฟังถ้อยคำของพระเถระทั้งสองนั้น. พระธนุคคหติสสเถระวิจารณ์การรบว่า ท่านผู้เจริญ ชื่อว่าในการรบ มีกระบวนจัดทัพอยู่ ๓ กระบวน คือ ปทุมพยูหะ กระบวนทัพ รูปดอกปทุม ๑ จักกพยูหะ กระบวนทัพรูปล้อรถ ๑ สกฏพยูหะ กระบวนทัพรูปเกวียน ๑ ถ้าพระเจ้าปัสเสนทิโกศลมีพระประสงค์จะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka