Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 142

<< | หน้าที่ 142 | >>
{๔๔๖} [๙๕] เพราะฉะนั้น บุคคลเพียงผู้เดียว

กระทำไมตรีกับชาวโลกทั้งปวง

ละโลกนี้ไปแล้วพึงไปสู่สวรรค์

พวกท่านผู้เป็นชาวกาสีจงฟังคำของเรานี้เถิด

(พระศาสดาตรัสพระคาถาว่า)

{๔๔๗} [๙๖] พระเจ้ากังสมหาราชผู้ทรงปกครองกรุงพาราณสี

ครั้นทรงมีพระดำรัสนี้แล้ว ทรงสละธนูและลูกศร

ทรงสำรวมออกผนวชแล้ว

เสยยชาดกที่ ๒ จบ


๓. วัฑฒกีสูกรชาดก (๒๘๓)


ว่าด้วยสุกรชื่อวัฑฒกี


(ชฎิลโกงเห็นเสือโคร่งกลับมาตัวเปล่า จึงกล่าวกับเสือโคร่งว่า)

{๔๔๘} [๙๗] เจ้าเสือโคร่ง ในวันก่อนเจ้าเที่ยวย่ำยีเหล่าสุกรที่นี้

แต่บัดนี้ เจ้าซบเซามาแต่ผู้เดียว

วันนี้ เจ้าไม่มีแรงหรือ เสือโคร่ง

(เสือโคร่งได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

{๔๔๙} [๙๘] ได้ยินว่า ในวันก่อนสุกรเหล่านี้เห็นข้าพเจ้าแล้วเกิดความกลัว

แยกย้ายกันวิ่งหนีไปหาที่ซุกซ่อนตัวละทิศละทาง

แต่วันนี้สุกรเหล่านั้นมาอยู่รวมกันในชัยภูมิที่ข้าพเจ้าจะย่ำยีได้ยาก

(เทวดาที่สิงสถิตอยู่ในไพรสณฑ์นั้นได้กล่าวว่า)

{๔๕๐} [๙๙] ข้าพเจ้าขอนอบน้อมฝูงสุกรที่มาประชุมพร้อมกัน

ข้าพเจ้าเห็นด้วยตัวเองซึ่งมิตรภาพอันไม่เคยปรากฏมาก่อน

จึงกล่าวสรรเสริญฝูงสูกรที่มีเขี้ยวเป็นกำลังจึงชนะเสือโคร่งได้

และพ้นมรณภัยได้ด้วยความสามัคคี

วัฑฒกีสูกรชาดกที่ ๓ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka