ประจำราชตระกูล.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว พระองค์
เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถามนี้ว่า :-
ผู้ไม่มีบุญ จะเป็นผู้มีศิลปะหรือไม่มี
ศิลปะก็ตาม ย่อมขวนขวายรวบรวมทรัพย์
ใดไว้เป็นอันมาก ผู้มีบุตย่อมใช้สอยทรัพย์
เหล่านั้น. โภคะเป็นอันมากย่อมล่วงเลย
สัตว์เหล่าอื่นไปเสีย เกิดขึ้นในที่ทั้งปวงแก่
ผู้มีบุญอันได้กระทำไว้แล้ว ใช่แต่เท่านั้น
รัตนะทั้งหลายยังเกิดขึ้นแม้ในที่อันมิใช่บ่อ-
เกิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ อุสฺสุกฺกา ความว่า บุคคล
ผู้ไม่มีบุญถึงความขวนขวาย คือ เกิดฉันทะเพื่อจะรวบรวมทรัพย์ใด
ย่อมรวบรวมทรัพย์ไว้เป็นอันมากด้วยกิจการงาน. บาลีว่า เย อุสฺสุกฺกา
ดังนี้ก็มี. อธิบายว่า บุรุษเหล่าใดขวนขวายในการรวบรวมทรัพย์
จะมีศิลปะเช่นศิลปะในเพราะช้างเป็นต้น หรือไม่มีศิลปะก็ตาม กระทำ
การงานโดยชั้นที่สุดด้วยการรับจ้าง รวบรวมทรัพย์เป็นอันมากไว้
บทว่า ลกฺขิกา ตานิ ภุญฺชเร ความว่า บุรุษอื่นผู้มีบุญเมื่อจะ
บริโภคผลบุญของตนแม้จะไม่ทำการงานอะไร ๆ ก็ย่อมได้ใช้สอยทรัพย์