Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 280

เล่ม มมร. 58 หน้า 280 ข้อ 453
ประจำราชตระกูล. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว พระองค์ เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถามนี้ว่า :- ผู้ไม่มีบุญ จะเป็นผู้มีศิลปะหรือไม่มี ศิลปะก็ตาม ย่อมขวนขวายรวบรวมทรัพย์ ใดไว้เป็นอันมาก ผู้มีบุตย่อมใช้สอยทรัพย์ เหล่านั้น. โภคะเป็นอันมากย่อมล่วงเลย สัตว์เหล่าอื่นไปเสีย เกิดขึ้นในที่ทั้งปวงแก่ ผู้มีบุญอันได้กระทำไว้แล้ว ใช่แต่เท่านั้น รัตนะทั้งหลายยังเกิดขึ้นแม้ในที่อันมิใช่บ่อ- เกิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ อุสฺสุกฺกา ความว่า บุคคล ผู้ไม่มีบุญถึงความขวนขวาย คือ เกิดฉันทะเพื่อจะรวบรวมทรัพย์ใด ย่อมรวบรวมทรัพย์ไว้เป็นอันมากด้วยกิจการงาน. บาลีว่า เย อุสฺสุกฺกา ดังนี้ก็มี. อธิบายว่า บุรุษเหล่าใดขวนขวายในการรวบรวมทรัพย์ จะมีศิลปะเช่นศิลปะในเพราะช้างเป็นต้น หรือไม่มีศิลปะก็ตาม กระทำ การงานโดยชั้นที่สุดด้วยการรับจ้าง รวบรวมทรัพย์เป็นอันมากไว้ บทว่า ลกฺขิกา ตานิ ภุญฺชเร ความว่า บุรุษอื่นผู้มีบุญเมื่อจะ บริโภคผลบุญของตนแม้จะไม่ทำการงานอะไร ๆ ก็ย่อมได้ใช้สอยทรัพย์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka