เราทั้งหลายไม่เห็นนางสุนทรี จึงกราบทูลพระราชา เป็นผู้อันพระราชา
ตรัสถามว่า ท่านทั้งหลาย มีความรังเกียจแหนงใจที่ไหน จึงกราบทูล
ว่า ทุกวันนี้ นางสุนทรีอยู่ในพระเชตวัน ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ไม่ทราบความเป็นไปของนางในพระเชตวันนั้น พระราชาทรงอนุญาต
ว่า ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงไปค้นหานาง จึงพาคนผู้เป็นอุปัฏฐาก
ของตนไปยังพระเชตวันค้นหาอยู่ เห็นนางสุนทรีอยู่ในระหว่างกอง
ขยะดอกไม้ จึงให้ยกศพนางสุนทรีขึ้นวางบนเตียงน้อยแล้วเข้าไปยัง
พระนคร กราบทูลแก่พระราชาว่า พวกสาวกของพระสมณโคดมคิดว่า
จักปกปิดกรรมชั่วที่พระศาสดาของตนกระทำ จึงฆ่านางสุนทรีแล้ว
หมกไว้ในระหว่างกองขยะดอกไม้. พระราชาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น ท่าน
ทั้งหลายจงไปเที่ยว ประกาศให้ทั่วพระนคร เดียรถีย์เหล่านั้นจึง
เที่ยว ประกาศ ในถนน ทั่วพระนคร โดยนัยเป็นต้นว่า ท่าน
ทั้งหลายจงดูกรรมของพวกสมณะ ศากยบุตร ดังนี้แล้วก็กลับมายัง
ประตูพระราชนิเวศน์อีก. พระราชารับสั่งให้ยกร่างของนางสุนทรีขึ้นสู่
เตียงน้อยในป่าช้าผีดิบแล้วให้อารักขาไว้. ชาวเมืองสาวัตถี ยกเว้น
พระอริยสาวก ที่เหลือโดยมาก กล่าวคำเป็นต้นว่า ท่านทั้งหลาย จง
ดูการกระทำของพวกสมณะ ศากยบุตร ดังนี้ แล้วเที่ยวด่าภิกษุทั้งหลาย
ทั้งภายในเมืองและนอกเมือง. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแก่
พระตถาคตเจ้า. พระศาสดาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น แม้เธอทั้งหลาย
จงโจทย์ท้วงตอบพวกมนุษย์เหล่านั้นอย่างนี้ แล้วตรัสพระคาถานี้ว่า.