Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 352

เล่ม มมร. 58 หน้า 352 ข้อ 492
และหอก. จริงอยู่หอกนั้น เขาวางคือปักไว้ เพื่อเสียบประจานบุรุษ นั้น. บทว่า จณฺฑี ได้แก่ เป็นผู้มักโกรธ. บทว่า กาหตี โกธํ ความว่า นางจักกระทำความโกรธต่อเราว่า มัวชักช้าอยู่. บทว่า ตํ เม ตปฺปติ ความว่า ความโกรธของนางนั้น ย่อมทำเราให้เดือด ร้อน. ด้วยบทว่า โน อิธ นี้ บุรุษนั้นแสดงว่า ก็หลาวนี้ย่อมไม่ ทำเราให้เดือดร้อนในที่นี้เลย. ด้วยคำเป็นต้นว่า นี้หอกและเกราะ ดังนี้ บุรุษผู้นั้นบอกถึงสิ่งของของตนซึ่งวางไว้บนหัวนอนในเรือน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปลสนฺนาโห ได้แก่ หอกและเกราะ อธิบายว่า หอกชนิดหนึ่งคล้ายดอกบัวและเกราะ. บทว่า นิกฺขญฺจ ได้แก่ แหวนก้อยที่ทำด้วยทองเนื้อ ๕. ด้วยบทว่า กาสิกญฺจ มุทุํ วตฺถํ นี้ บุรุษนั้นกล่าว หมายเอาผ้าสาฎกคู่หนึ่ง ซึ่งทำจากแคว้น กาสีมีเนื้ออ่อนนุ่ม. ได้ยินว่า สิ่งของมีประมาณเท่านี้ ที่บุรุษนั้นเก็บ ไว้บนหัวนอน. บทว่า ตปฺเปตุ ธนกามิยา ความว่า ภรรยาผู้เป็น ที่รักของเรานั้นมีความต้องการทรัพย์ จงถือเอาทรัพย์ทั้งหมดนี้ จง อิ่มเอิบ บริบูรณ์ คือจงยินดีด้วยทรัพย์นี้. บุรุษนั้นคร่ำครวญอยู่อย่างนี้นั้นแล ก็ตายไปบังเกิดในนรก พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประ- กาศสัจจะทั้งหลายแล้วทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้ กระสันจะสึก ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล. ภรรยาในครั้งนั้น ได้มาเป็น ภรรยาในครั้งนี้ เทวบุตรผู้เห็นเหตุการณ์นั้น คือเราตถาคต ฉะนั้นแล. จบ อรรถกถากามวิลาปชาดกที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka