โภชนะอันควรแก่พระราชา แล้วทรงสั่งอำมาตย์คนหนึ่งว่า ท่านจงไป
จงให้ช่างกระทำการโกนหนวดแก่บุรุษนี้ ตามทำนองที่ทำแก่เรานั่น
แหละ แล้วให้อาบด้วยน้ำหอม ให้นุ่งผ้ากาสิกพัสตร์อันมีค่าแสนหนึ่ง
ให้ประดับด้วยเครื่องอลังการสำหรับพระราชา แล้วจงนำมา. อำมาตย์
นั้นได้กระทำเหมือนอย่างนั้น. พระราชาให้เที่ยวตีกลองป่าวร้องใน
พระนคร ให้อำมาตย์ทั้งหลายประชุมกัน แล้วให้พาดด้ายแดงกลาง
เศวตรฉัตร แล้วพระราชทานราชสมบัติกึ่งหนึ่งแก่บุรุษผู้สหายนั้น.
จำเดิมแต่นั้น พระราชาทั้งสองนั้นก็ทรงร่วมเสวย ร่วมดื่ม ร่วม
บรรทมด้วยกัน ความวิสสาสะคุ้นเคยได้แน่นแฟ้นอันใคร ๆ ให้แตก
แยกไม่ได้. ลำดับนั้น พระราชารับสั่งให้เรียกบุตรและภรรยาของ
บุรุษผู้สหายนั้นมา ได้ให้สร้างนิเวศน์ในภายในพระนครพระราชทาน
พระราชาทั้งสองนั้น ต่างสมัครสมานรื่นเริงบรรเทิงใจ ครองราช
สมบัติ. ต่อมาอำมาตย์ทั้งหลายพากันโกรธ พระเจ้าพาราณสีนั้นจึงทูล
พระราชโอรสว่า ข้าแต่พระราชกุมาร พระราชาได้ประทานราชสมบัติ
กึ่งหนึ่งแก่คฤหบดีนี้ ร่วมเสวย ร่วมดื่มกับคฤหบดีนั้น ซ้ำให้พวก
เด็ก ๆ ไหว้ ข้าพระบาททั้งหลายไม่ทราบถึงกรรมที่คฤหบดีนี้กระทำ
พระราชาทรงกระทำอะไร ข้าพระบาททั้งหลายรู้สึกละอาย ขอพระ-
องค์จงทูลพระราชาด้วยเถิด. พระราชโอรสนั้นรับคำแล้ว จึงกราบ
ทูลเรื่องราวนั้นทั้งหมดแด่พระราชา แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช
ขอพระองค์อย่าได้ทรงกระทำอย่างนี้เลย. พระเจ้าพาราณสีตรัสว่า