Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 158

<< | หน้าที่ 158 | >>
{๕๐๙} [๘] ผู้ใดได้ทำคุณงามความดีไว้ก่อน

ผู้นั้นชื่อว่าได้ทำสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งในโลก

ภายหลังเขาจะทำหรือไม่ทำก็ตามที

ชื่อว่าเป็นผู้ควรแก่การบูชาอย่างยิ่ง

มหาอัสสาโรหชาดกที่ ๒ จบ


๓. เอกราชชาดก (๓๐๓)


ว่าด้วยพระเจ้าเอกราช


(พระเจ้าทุพภิเสนทรงขอโทษพระเจ้าเอกราชแล้ว ตรัสว่า)

{๕๑๐} [๙] ข้าแต่พระเจ้าเอกราช เมื่อก่อนพระองค์เสวยกามคุณ

ที่สมบูรณ์ยอดเยี่ยม มาบัดนี้พระองค์ถูกโยนลงในหลุมอันขรุขระ

ก็ยังไม่ทรงละพระฉวีวรรณและพระกำลังอันมีอยู่แต่ก่อน

(พระเจ้าเอกราชผู้เป็นพระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงตรัสว่า)

{๕๑๑} [๑๐] พระเจ้าทุพภิเสน เมื่อก่อนหม่อมฉันมีขันติ

และตบะสมปรารถนามาแล้ว

หม่อมฉันได้ขันติและตบะนั้นแล้ว

จะพึงละฉวีวรรณและกำลังอันมีอยู่แต่ก่อนทำไมเล่า

{๕๑๒} [๑๑] พระองค์ผู้เรืองยศ ปรากฏพระปรีชาญาณ

ทรงทนทานเป็นพิเศษ ทราบว่า กรณียกิจทุกอย่าง

หม่อมฉันได้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งยังได้ยศที่สูงส่งที่ไม่เคยได้มาก่อน

เพราะเหตุไรจะพึงละฉวีวรรณและกำลังอันมีอยู่แต่ก่อนเสียเล่า

{๕๑๓} [๑๒] พระองค์ผู้จอมชน หม่อมฉันบรรเทาความสุข

ด้วยความทุกข์ และข่มความทุกข์ด้วยความสุข

สัตบุรุษเช่นหม่อมฉันวางตนเป็นกลางในความสุขและความทุกข์

เพราะมีความเยือกเย็นในภาวะทั้ง ๒ นั้น

เอกราชชาดกที่ ๓ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka