ห้อมล้อมถามว่า ท่านผู้เจริญ ปริพาชิกานี้เป็นอะไรกับท่าน ? พระ-
โพธิสัตว์กล่าวว่า เมื่อเวลาเป็นคฤหัสถ์ นางเป็นบาทบริจาริกาของเรา.
มหาชนกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ พวกเรายังอดทนไม่ได้ก่อน พากันร้องไห้
ร่ำไร เพราะเหตุไร ? ท่านจึงไม่ร้องไห้. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า นาง
ปริพาชิกานี้ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ย่อมเป็นอะไร ๆ กับเรา บัดนี้ ไม่เป็น
อะไร ๆ กัน เพราะนางเป็นผู้สมัครสมานกับปรโลก ไปสู่อำนาจของ
คนอื่นแล้ว เราจะร้องไห้เพราะอะไร เมื่อจะแสดงธรรมแก่มหาชน
จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
นางสัมมิลลหาสินีผู้เจริญ ได้ไปอยู่ใน
ระหว่างพวกสัตว์ที่ตายไปแล้วเป็นจำนวนมาก
เมื่อนางไปอยู่กับพวกสัตว์เหล่านั้น จักชื่อว่า
เป็นอะไรกับเรา เพราะฉะนั้นเราจึงมิได้เศร้า
โศกถึงนางสัมมัลลหาสินีผู้เป็นที่รักนี้.
ถ้าบุคคลจะเศร้าโศก ถึงสิ่งที่ไม่มีแก่
สัตว์ผู้เศร้าโศกนั้น พึงเศร้าโศกถึงตนซึ่งตก
อยู่ในอำนาจของมัจจุราชอยู่ทุกเวลา.
อายุสังขารใช่ว่าจะติดตามเฉพาะสัตว์ผู้
ยืน นั่ง นอน หรือเดินอยู่เท่านั้นก็หาไม่
แม้ในเวลาชั่วลืมตา๑หลับตาวัยก็เสื่อมไปแล้ว.
๑. แปลตามบาลี พม่า.