Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 615

เล่ม มมร. 58 หน้า 615 ข้อ 641
สุนัขจิ้งจอก เมื่อราชสีห์ห้ามอยู่ ก็ขึ้นออกจากถ้ำ บันลืออย่าง สุนับจิ้งจอก ๓ ครั้งว่า ฮก ๆ ๆ แล้วยืนบนยอดเขา แลดูที่เชิงเขาเห็น ช้างดำเชือกหนึ่งกำลังเดินไปตามเชิงเขา จึงโดดไปหมายว่าจักตกลง บนกระพองของช้างนั้น แต่พลาดตกไปที่ใกล้เท้า. ช้างยกเท้าหน้า เหยียบลงบนกระหม่อมของสุนัขจิ้งจอกนั้น ศีรษะแตกแหลกละเอียด เป็นจุรณวิจุรณไป. สุนัขจิ้งจอกนั้นนอนทอดถอนใจอยู่ ณ ที่นั้นเอง. ช้างส่งเสียงโกญจนาทแปร๋นแปร๋นหลีกไป. พระโพธิสัตว์ไปยืนอยู่บน ยอดเขา เห็นสุนัขจิ้งจอกนั้นถึงความพินาศ จึงกล่าวว่า สุนัขจิ้งจอกได้ รับความฉิบหาย เพราะอาศัยมานะของตน แล้วกล่าวคาถา ๓ คาถาว่า :- ผู้ใดมิใช่ราชสีห์ ยกตนเพราะสำคัญว่า เป็นราชสีห์ ผู้นั้นย่อมเป็นเหมือนสุนัขจิ้งจอก ถูกช้างเหยียบนอนหายใจแขม่วอยู่บนแผ่น ดิน. ผู้ใดไม่รู้จักกำลังกาย กำลังความคิด และชาติสกุลของผู้มียศ เป็นคนชั้นสูง มี ข้อลำล่ำสัน มีกำลังมาก ผู้นั้นย่อมเป็นเหมือน สุนัขจิ้งจอก ถูกช้างเหยียบนอนตายอยู่นี้. ส่วนผู้ใดใคร่ครวญก่อนแล้ว จึงทำการ งาน รู้จักกำลังกายและกำลังความคิดของตน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka